วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2558

[Review] Jdoradic

 
 
สวัสดีค่ะ!!!!
ไคโนะค่ะ ไคโนะผู้ที่จะต้องเตรียมตัวสอบอาทิตย์อีก 3 วิชาแต่ดันมานั่งเขียนรีวิลค่ะ
 
จริง ๆ แอพนี้เป็นแอพที่รอมานานมาก แล้วในที่สุดก็ได้ใช้ 5555555
ฟรีด้วยนะ แต่จะมีตัวโฆษณาติดมาอ่ะ ก็ไม่เป็นไร ไม่ว่ากัน มาเข้ารีวิลกันเลยดีกว่าค่ะ
 
บอกก่อนว่าตอนนี้ตัวแอพถูกพัฒนาไปแค่ในโซนของผลิตภัณฑ์ของ Apple เท่านั้นค่ะ
ยังไม่ไปสู่แอนดรอยเนอะ แล้วก็ตัวเวอร์ชั่นของแอปเปิ้ลนั้น ต้อง iOS 7 ขึ้นไป
ถ้าไม่ใช่ iOS7 โปรแกรมจะเด้งออกอัตโนมัติค่ะ
(เรานี่เด้งและ เลยต้องอัพเป็น 8 เครื่องช้ามาก -*-)
 
ก็นั่นแหละค่ะ บางคนไม่อยากอัพเป็น 7 เพราะเครื่องใช้มานาน ถ้าอัพมากกว่า 7 เมื่อไร
เครื่องช้าแน่ ๆ แต่ก็ต้องแลกอาค่ะ ถ้าอยากใช้ดิกตัวนี้ ให้ตายไงก็ต้องอัพเวอที่สูงกว่า 7
 
 
มาพูดถึงเรื่องการดาวโหลดก่อน
ก็ให้เข้าไปที่ App Store จากตัวเครื่องเรา จากนั้นก็เซิร์สหาชื่อนี้ค่ะ
 
แล้วก็โหลดโลด
ตัวแอพนั้นจะเน้นโทนสีชมพู-ขาว
 
พอเข้ามาในตัวแอพจะหน้าตาแบบนี้ค่ะ
ตรงมุมบนซ้ายใต้คำว่า iPod จะเป็นเมนูค่ะ กดจิ้มตรงนั้นได้ เมนูจะโผล่มาแบบนี้
 
จะมีทั้งหมด 6 เมนูด้วยกันค่ะ
 
เมนูแรกจะเป็น "หน้าแรก" อันนี้เอาไว้กลับมาที่หน้าโฮมค่ะ
 
เมนูที่ 2 เครื่องช่วยแปล
ถ้าจะเรียกง่าย ๆ ก็คล้าย Google Tran เลยค่ะ โดยในแอพนี้จะทรานได้ทั้งหมด 3 ภาษา
ไทย-ญี่ปุ่น-อังกฤษ
สามารถเลือกเอาภาษาไหนขึ้นก่อนก็ได้ค่ะ
อันนี้ลองทรานคำว่า "ต้นไม้" ค่ะ แล้วตัวภาษาญี่ปุ่นออกมาว่า 「ツリー」เป็นการทับศัพท์
คำว่า Tree ที่แปลว่าต้นไม้เลย
สำหรับเมนูนี้ไคโนะว่าโอเคระดับหนึ่ง ในกรณีที่เราทำอะไรไม่ได้แล้ว นึกศัพท์ไม่ออก
หรืออยากค้นหาเร็ว ๆ เอาพอเข้าใจ เพราะตามจริงนั้น ไคโนะไม่คิดว่าคนญี่ปุ่น
จะพูดศัพท์ "ต้นไม้" ว่า "tree" น่าจะพูดว่า "木(คิ)" ที่แปลว่าต้นไม้
 
ถ้าค้นนามสกุล
จะเป็นแบบนี้
 
 
เสียงอ่านถูก คันจิก็ถูก 55555555555555555555555555555555555
(นามสกุล นาคาจิม่า ยูโตะ ค่ะ)
 
โดยรวม เมนูนี้เหมาะสำหรับที่ต้องการเร็ว ๆ ,แปลเป็นประโยค หรือเอาไว้อ่านนามสกุลคนญี่ปุ่นค่ะ
 
ต่อไปเมนูที่ 3 คลังคำศัพท์
 
เมนูนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเปิดพจนานุกรมเล่มค่ะ ใครอยากเก่งคือนั่งท่องศัพท์จากเมนูนี้ได้เลย
คุณจะรู้สึกเหมือนนั่งท่องดิกทั้งเล่ม (เห็นเด็กที่เรียนมนุษย์, ศิลปศาสตร์, อักษร ชอบท่องดิกกัน)
โดยสามารถเลือกได้ว่าจะเมนไปที่ภาษาไทยขึ้นก่อน
 
ญป ขึ้นก่อน
 
 
หรือจะเอาโรมันจิ
 
เมนูนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ แต่ไคโนะเดา ๆ ว่าศัพท์ทั้งหมดนี่น่าจะเป็นคลังคำศัพท์ทั้งหมดของตัวดิก
เพราะงั้น กดเข้าเมนูนี้เมื่อไร รอนานพอตัว กว่าตัวแอพจะโหลดคลังคำศัพท์ออกมาได้
 
เมนูที่ 4 รายการจัดเก็บ
 
เพิ่มราการใหม่ ー คือเอาไว้สร้างโฟลเดอร์จัดเก็บคำศัพท์ที่เราสนใจ
(แต่ตอนนี้ไคโนะยังหาวิธีกด Fav. คำศัพท์ไม่เจอค่ะ)
 
History - คือรายการคำศัพท์ที่เราเคยค้นก่อนหน้านี้
 
เมนูที่ 5 เกี่ยวกับเรา
 
 
ก็เป็นการแนะนำโปรแกรมค่ะ
 
เมนูที่ 6 การตั้งค่า
 
สามารถเลือกได้ว่าจะให้เมนูต่าง ๆ ในแอพนั้นเป็นภาษาอะไร
มี ไทย - ญป - อิ้ง
 
ขนาดตัวอักษร - เซตเริ่มแรกที่ 16
 
และระบบสุ่มคำศัพท์ ที่จะสุ่มคำศัพท์มาให้เราได้เรียนรู้ค่ะ โดยเราสามารถตั้งค่าได้ว่า
จะให้แจ้งเตือนในเวลา กี่โมง และ 1 ครั้งที่แจ้งเตือนนั้น จะให้แจ้งกี่คำ
นอกจากนี้จะให้แจ้งคำที่เป็นคำที่เคยค้นและบันทึกไว้ใน History หรือไม่
 
เราสามารถเพิ่มเวลาได้มากกว่า 1 ครั้งการแจ้งเตือน
 
เช่นในหน้าจอที่เห็นเซตเวลาไว้ที่ 08:00 น. 
แต่ถ้าไคโนะต้องการให้เตือนตอน 19:00 น. ด้วยแล้ว ไคโนะก็กด "เพิ่มเวลา"
การเซตต่าง ๆ ก็จะเพิ่มมาให้อีก 1 เซต
(ไม่ยากค่ะ ให้นึกถึงการตั้งนาฬิกาปลุกไว้เยอะแยะใน iPhone ของคุณ อารมณ์เดียวกันค่ะ)
 
 
ต่อไปมาดูที่การค้นคำ
 
อย่างตัวนี้ ไคโนะหาคำว่า 許す(ゆるす)ที่แปลว่าให้อภัย 
จะเห็นว่าไม่ได้ขึ้นมาแค่คำศัพท์เท่านั้น แต่ศัพท์ไหนที่มีคันจิตัวนี้ผสมอยู่ ก็จะขึ้นมาทั้งหมด
โดยจะเริ่มตั้งแต่ วรรค あ
 
คำถาม
แล้วคำอ่านคำที่ไคโนะเลือกคือวรรค ยุ งั้นต้องนั่งเลื่่อนหน้าจอไปเรื่อย ๆ จนถึงวรรค ยุ มั้ย
คำตอบ คือ ไม่จำเป็นค่ะ ให้สังเกตตัวอักษรเล็ก ๆ สีฟ้า ๆ ตรงขอบจอด้านขวามือ หากต้องกระจัมพ์ไปวรรค ยุ
ก็แค่แตะตรงตัว ゆ ค่ะ 
 
ข้อจำกัด หน้าจอเราเล็กมาก จะแตะ ゆ ที กว่าจะจัมพ์ได้ก็กินเวลาอยู่ค่ะ
 
พอกดเข้าไปดูรายละเอียดคำศัพท์แล้วจะเป็นแบบนี้
 
 
ตัวศัพท์ โดยคันจิจะอยู่ส่วนหัว
มีฮิรางานะ
โรมันจิ
บอกว่าเป็นศัพท์ประเภทไหน คำแปล เสียงอ่าน และศัพท์แนะนำอื่น ๆ
 
วิธีกด Fav. คำศัพท์
- ในหน้าที่เราค้นคำศัพท์ แล้วกดเข้าไปดูรายละเอียดคำศัพท์
 
ตรงสัญลักษณ์ + ใกล้ ๆ กับตัว A อ่ะ
ตรงนั้นแหละค่ะ กดไปเลยค่ะ เป็นการกด Fav. คำศัพท์ 
 
ความคิดเห็น ส่วนตัว (ทำส่วนตัวใหญ่ ๆ ค่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวดราม่า)
- โดยรวมไคโนะถือว่าดีมากค่ะ คิดว่าตอบโจทย์ได้เยอะมาก ยิ่งตรงที่ให้แตะที่ตัวอักษร แทนการเลื่อนหน้าจอ อันนี้ถือว่าล้ำค่ะ
 
- เรื่องโทนสี เมื่อก่อนไคโนะใช้แอพนี้
 
เป็นโทนสีที่ไคโนะคิดว่าโอเคและสบายตาค่ะ พอมาเจอของ JDoradic ที่ใช้โทรชมพู-ขาว
เลยคิดว่า........................... ถึงจะใช้โทนสีเข้มยังไงก็ตาม
นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ อาจจะเพราะสีประจำของเว็บไซต์ เป็นสีชมพูก็ได้
เลยนำโทนชมพู-ขาว มาใส่ในแอพนี้
 
แต่ส่วนตัวจริง ๆ ยังรู้สึกว่าไม่ใช่ T____________T
แต่เดี๋ยวดูไป ๆ คงน่าจะชิน
 
- เรื่องเวอร์ชั่นของ iOS อันนี้เป็นอะไรที่เจ็บปวดที่สุด เพราะไอพอดของไคโนะนั้นเก่ามาก (gen 5)
ไคโนะไม่ยอมอัพเดทเวอชั่นเพราะรู้ว่าถ้าอัพเมื่อไร เครื่องรวนแน่ ๆ เพราะเครื่องรองรับเวอชั่น
ได้แค่เท่าที่ผ่านมา (เอาที่ไม่รวน)
 
แต่เพื่อต้องการที่จะใช้แอพตัวนี้ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องอัพ iOS 
และพออัพเสร็จ แทบจะร้องไห้ค่ะ เครื่องช้ามาก ส่งผลให้การประมวลผลของเครื่องช้าไปด้วย
ค้นศัพท์ที รอนานมากค่ะ จนคิดว่าแอพตัวเก่าที่ใช้อยู่น่าจะโอเคกว่า........... (พูดถึงในแง่ของ iOS)
 
เพราะงั้น ถ้าใครใช้ iPhone 5S ขึ้นไปไม่น่าจะมีปัญหาค่ะ แต่ถ้าต่ำว่า 5S อันนี้ต้องพิจารณาแล้วค่ะ
ว่าจะเอายังไง จะยอมให้เครื่องช้าลงมั้ย หรือจะใช้ดิกที่เคยใช้มาก่อนแล้ว
 
สำหรับบางคนเรื่องเครื่องช้าอาจจะไม่ติดใจ แต่สำหรับไคโนะ มันไม่ใช่ช้าปกติอาค่ะ
มันช้าจนแบบ..... (อธิบายไม่ออกแล้ว)
 
อีกประการหนึ่งที่ไม่ยอมอัพ iOS คือมันจะมีแอพไม่จำเป็นอื่น ๆ ใส่เข้ามา ซึ่งมันเกินที่ไคโนะจะใช้แล้ว อัพไปก็เอารกเครื่องเปล่า ๆ ก็เลยไม่ยอมอัพ
 

 

 
 
หลัก ๆ เท่าที่ค้นและเล่นแอพมา ก็ประมาณนี้ค่ะ ภายในอนาคตข้างหน้าก็น่าจะมีการ
อัพเดทเวอชั่นไปเรื่อย ๆ ก็รอดูว่าจะมีอะไรใหม่ใส่เข้ามาให้ได้ตื่นตาตื่นใจ แต่ที่แน่ ๆ
คงน่าจะมีการขยายไปสู่แอนดรอยอาค่ะ
 
สุดท้ายนี้ก็ขอบพระคุณแอดมินเว็บ Jdoradic, Jdoramanga สำหรับแอพดี ๆ และฟรี ๆ แบบนี้
 
แสดงความคิดเห็นได้นะคะ ไม่เป็นไร
 
 
 
สุดท้าย ลองอะไรฮา ๆ หน่อยค่ะ
คือเว็บ Jdoradic เนี่ย คนที่เป็นสมาชิกสามารถเพิ่มคำศัพท์ลงไปได้
และตอนนี้ไคโนะก็เพิ่มไปประมาณ 40+ กว่าคำศัพท์แล้ว
ก็เลยลองค้นคำศัพท์ที่ตัวเองเพิ่มดู
 
แกร๊!!!! มันมีศัพท์ที่ชั้นเพิ่มเข้าไปด้วย!!!!
 
イケボ ที่ย่อมาจาก イケメンボイス
 
ศัพท์นี้ได้มาจากรายการวิทยุ Jump da ของ Hey! Say! JUMP
แล้วแบบ... me//ปริ่ม 555555555555555
 
งั้นมั่นใจได้เลยว่าแอพดิกตัวนี้ ศัพท์อัพเดทแน่นอน 5555555555
 

[Review] เป็นติ่งหนักมาก

 
เป็นติ่งหนักมาก
 
 คือเราจะมาดูกันว่า ติ่งนั้นจะต้องเจออะไรกันบ้าง 
ซึ่งในที่นี้จะขอพูดทั้งในกรณีที่ติ่งอยู่ญี่ปุ่น และติ่ง Oversea
เดี๋ยวเรามากันที่อย่างแรกกันก่อนดีกว่า
 
1. ลิขสิทธิ์
อันนี้ยอมรับว่าไม่ว่าติ่งประเทศไหน ๆ ก็ต้องยอมรับเรื่องลิขสิทธิ์ในตัวศิลปินกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นผลงานเพลง, ภาพจากนิตยสาร หรือต่าง ๆ นานามากมาย แต่มันมาพิเศษตรงติ่งญี่ปุ่นค่ะ ไม่ค่อยอัพอะไรลง Youtube เลย หาไฟล์ก็ยาก ดูไฟล์ก็ยังยาก อัพลง Youtube แล้วยังมีการตามลบ นี่ทั้งฝั่ง J-POP และ J-Rock นะคะ เป็นสิ่งที่โหดมากนี่บอกเลย
เพราะงั้น บรรดาติ่ง ๆ ทั้งหลายจึงหวังไปพึ่งพี่จีน ในเหวยค่ะ ไฟล์จะมาเร็วมาก รายการจบไป 2 ชั่วโมง พี่แกปล่อยไฟล์ระดับ HD ออกมาและ
แต่...ก่อนที่คุณจะได้ไฟล์ไป คุณจะต้องไปไฟต์กับพาสเวิร์ดล็อคไฟต์ระดับเทพของพี่จีนก่อน บางไฟล์รหัสซ้อนอยู่ 3 ตลบ เช่น เอาสิ่งที่ชั้นพิมพ์ไปแปลเป็นจีนกวางตุ้งก่อนนะ, รหัสผ่านคือ วันเกิดเมนของฉัน+อายุ+ชื่อพ่อ+ชื่อแม่ (2 อันหลังไม่ใช่และ) - โหดกว่านี้มีอีกมั้ย T____T
 
นอกจากนั้นยังไม่พอนะคะ มาเรื่องการถ่ายภาพกัน อย่างที่รู้ ๆ ว่าฝั่งญี่ปุ่นนั้นไม่ว่าจะมีงานอีเว้นท์ มีคอน มีโรงเรียน มีอะไรก็ตาม ไปลงโลเกที่ไหนก็ตาม มีกฎว่า "ห้ามถ่ายภาพ" เพราะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แล้วคิดดูว่าตามอ่านได้แค่รีพอร์ต ภาพก็ไม่ได้เห็น หรือถ้ามีภาพหลุดออกมา ก็จะมีคนญี่ปุ่นไปเตือนว่ามันผิดกฎ อย่าถ่ายภาพ ยกตัวอย่างของฝั่ง J-POP อย่างคอนอาราชิที่ฮาวาย มีภาพคอนหลุดออกมา ทางค่ายประกาศเลยว่า ให้ลบภาพ ถ้าไม่ลบ ไม่ทำแผ่นขาย -*- วร๊อททททททททททททททท แล้วติ่งก็ต้องลบภาพออก เพื่อจะให้ค่ายทำแผ่น.... (อนาท 5555)
 
อย่างตอนที่ศิลปินมาไทย ก็วิ่งก็ถ่ายภาพได้ใช่มะ? แล้วตามฉบับพี่ไทย ก็จะอัพโพสทั้ง FB ทั้งทวิตเตอร์ เอามันทุกทางอ่ะ แล้วพอแฟนญี่ปุ่นมาเห็น ก็จะโวยวายน้อยใจว่าทำไมพอไปประเทศไทยแล้วถึงถ่ายรูปได้ ทำไมถ่ายมาใกล้ขนาดนี้ ทำไมอัดคลิปได้ แล้วทำไมที่ญี่ปุ่นอัดไม่ได้ บลา ๆ แขวะแฟนไทยก็มี แล้วแฟนไทยก็แขวะกลับ เกิดการเขม้นกัน แต่ญี่ปุ่นอ่านประโยคแขวะของไทยไม่ออก แค่นั้นเอง 555555555555
 
หรือ เรื่องปกนิตยสาร คือถ้าศิลปินคนอื่นลง เขาก็โชว์ปกกันดี ๆ นี่แหละ แต่ถ้าเด็ก "ค่ายนั้น" ลงปกเมื่อไร ปกจะออกมาเป็นแบบนี้..............
 
 
(ไร้ซึ่งคอมเม้น...) นี่ถ้ายังไม่พอ มีอีกค่ะ เวลาที่มีงานแถลงข่าวนั้น ภาพข่าวที่อยู่ตามเว็บไซต์จะถูกตัดภาพออกไป (นักแสดงคนอื่นอยู่ครบนะ แต่นักแสดงหลักของเรื่องเนี่ย ภาพถูกตัดออกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก) ต้องไปหาส่องดูในรายการทีวี ซึ่งเพราะอะไรนั้น จนถึงขณะนี้ไคโนะก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ค่ะ
 
นอกจากนั้น ยังมีช่วงที่มันจะมีพรีวิวเนื้อหาในนิตยสารออกมาก่อน (จากพี่จีน) ซึ่งเราว่างานนี้ก็น่าจะผิดลิขสิทธิ์นะ จนทางต้นฉบับของนิตยสารรายใหญ่ 3-4 หัวออกมาประกาศผ่านทางทวิตเตอร์ว่า หากมีการแชร์เนื้อหาภายในนิตยสารจะถือว่าผิดกฎหมาย.........
 
แล้วไง?
นี่หลายคนที่ไม่ติ่ง หรือติ่งฝั่งอื่นที่ไม่ใช่ฝั่งญี่ปุ่นคงต้องตั้งคำถามแน่ ๆ อ่ะ
คำตอบก็คือ ไม่ได้ดูพรีวิวนิตยสารก็ตัดสินใจซื้อนิตยสารไม่ได้อ่ะ หรือถ้าจะให้ซื้อมันก็แพงมาก คิโนคุนิยะคิดเรทอยู่ที่ 0.4 -*- โคตรแพง แต่ก็เข้าใจว่านำเข้า
 
เพราะงั้น บรรดาติ่ง ๆ ก็ไม่หยุดที่จะพัฒนาขีดความสามารถเพื่อจะมาต่อกรกับกฎลิขสิทธิ์นี้ค่ะ (ก็เข้าใจอยู่นะว่าติ่งน่ะผิดแน่ ๆ ละเมิดลิขสิทธิ์) อย่างเช่นในเหวย คนจีนที่ได้ไฟล์มาอาจจะบอกว่า "ดูได้ แต่ห้ามแชร์" "ห้ามแชร์ออกนอกเหวย" บลา ๆ ว่าไป คราวนี้ถ้าใครไม่มี ID เหวย หรือเข้าเหวยไม่เป็นจะทำไงล่ะ? ง่ายมาก ก็ส่งกับแบบลับ ๆ ผ่าน Inbox Facebook หรือ DM Twitter สิคะ!!!!!!!!!!!!! (ดิชั้นรู้สึกเป็นหน่วยสืบราชการลับมากค่ะ //ปลื้มใจ)
 
 
 
 
 2. ผลงานเพลง
ไคโนะไม่รู้ว่าฝั่งยุโรป หรือฝั่ง K จะเป็นแบบนี้มั้ย แต่บอกเลยว่าฝั่งญี่ปุ่นออกผลงานได้ทำร้ายแฟนคลับให้จมกองหนี้กองสินมาก อย่างฝั่ง J-Rock อยากมากก็ออกมา 3 type ค่ะ คือ type A, B, C โดนส่วนมาก type A กับ B จะเป็นไทป์ที่มีอะไรต่างกันแค่อย่างสองอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ไทป์เอ อาจจะมี PV เพลง XXX ในขณะที่ไทป์ B อาจจะมีคอมเม้นเพลง XXX ซึ่งแน่นอนว่ามันต่างกัน และติ่งก็มักจะตามเก็บทั้ง 2 ไทป์ เพื่อให้ได้ทั้งตัว PV และตัวคอมเม้น ส่วนไทป์ C ส่วนมากเป็น CD ธรรมดาค่ะ
 
แต่.... ความชิบหายมันไม่ได้อยู่แค่ 3 ไทป์ ยกตัวอย่างเช่นวง Sexy Zone
ซิงเกิล : Kimi ni HITOMEBORE
จำนวนล็อตทั้งหมดที่ออกมา
- CD Only, Regula Edition
- CD+DVD, Limited Edition Type A
- CD+DVD, Limited Edition Type B
- CD+DVD, Limited Edition Type C
- CD+DVD, Limited Edition Type D
- CD Only, Sexy Zone Shop Edition Type K
- CD Only, Sexy Zone Shop Edition Type S
- CD Only, Sexy Zone Shop Edition Type F
 
วร๊อท? ทำอะไรออกมาเยอะแยะคะ??????????????? คือบางคนชอบมากก็ไล่เก็บให้หมดทุกไทป์อ่ะ -*- โหดไปนะเราว่า แต่ยังไงเราก็เชื่อว่าติ่งส่วนมากรู้กำลังของตนดีว่าซื้อได้สูงสุดกี่ไทป์ น่าจะมีสติกันอยู่ (มั้งนะ)
 
3. ชาร์ต (ถ้าญี่ปุ่นจะเป็นโอริก้อน)
นี่แหละตัวทำให้ติ่งต้องรวมพลังกัน ทั้งติ่งที่อยู่ญี่ปุ่นและติ่งที่อยู่ต่างประเทศ นั่นก็คือผลโอริก้อนชาร์ต ที่จะวัดกันที่ยอดแผ่นในแต่ละสัปดาห์ ส่วนมากจะวัดกันที่สัปดาห์แรกค่ะ ว่าใครจะขึ้นอันดับ 1 โอริก้อน กว่าจะปิดสัปดาห์ บรรดาติ่ง ๆ ทั้งหลายก็จะไปช่วยกันจอง ช่วยกันถล่มซื้อ คือยังไงก็ได้ให้ซิงเกิลหรืออัลบั้มของเมนเรานั้นขึ้นโอริก้อนชาร์ตให้ได้
 
ส่วนศิลปินก็จะขยันโพส ขยันออกคลิปกันว่า ซื้อกันเยอะ ๆ น๊าาาา ซื้อกันเยอะ ๆ น๊าาาา แฟน ๆ ก็จะทวิตประมาณว่า ซื้อแล้วคร่าาา จองแล้วคร่าาาาา (และมักจะกัดด้วยว่า ขายไตแล้วคร่าาาาา)
 
ยิ่งของ AKB ซิงเกิลที่จะเลือกตั้งนี่โหดมาก เปิดโอริก้อนชาร์ตประจำสัปดาห์มา ยอดเป็นล้าน.... (แฟนคลับก็จะถ่ายภาพลังซิงเกิล AKB ที่ข้างในมีแผ่นเป็นพันอยู่ในนั้นลงโซเชียล) ซึ่งไคโนะก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะแต่ละคน แต่ละแฟนคลับก็จะแสดงความรักแตกต่างกัน) แต่ของญี่ปุ่นจะเหนื่อยก็ตรงวัดกันที่ซิงเกิล งานนี้เงินกำลังจะหมุนไปแน่นอนค่ะ
 
แต่เห็นฝั่ง K จะหนักไปที่เรื่องเทรน กับเรื่องปั่นยอด view ใน Youtube ซึ่งอันนี้ไคโนะไม่ขอพูดถึงค่ะ เพราะฝั่งญี่ปุ่นไม่มีปั่นยอน view ไม่มีเทรน จึงพูดเรื่องนี้ไม่ได้ รู้แต่ว่า บางครั้ง ถึงฤดูเทรนให้ศิลปินเมื่อไร หน้า TL ส่วนมาจะเต็มไปด้วย
" 1 #XXX "
" 2 #XXX "
" 3 #XXX "
นับเอาแทกข้างหลัง เพราะถ้าไม่พิมพ์ 1, 2, 3 ทวิตเตอร์จะเห็นว่าเราเป็นสแปม อาจจะมีปัญหาเรื่องการนับเทรน เทรนไม่ขึ้นได้ค่ะ 0.0
 
นอกจากนั้นขอพูดถึงเรื่องการเลือกตั้ง ควีน ออฟ AKB ในแต่ละปีด้วยค่ะ ซึ่งในแต่ละปี จะมีซิงเกิลเลือกตั้งออกมา 1 ซิงเกิล ภายในซิงเกิลจะมีโค๊ดสำหรับเข้าไปโหวตสาว ๆ ที่เราชอบ 1โค๊ด/1คะแนน แล้วมันจะต้องแข่งกันค่ะว่าในระยะเวลาที่กำหนดนั้น สาว ๆ คนไหนมีผลโหวตเยอะที่สุดก็จะได้เป็นควีน ออฟ AKB
 
ซึ่งงานนี้กรรมตกเป็นของแฟนคลับ (ไคโนะไม่รู้ว่าแฟนคลับฝั่ง AKB นั้นจะเรียกว่านี่เป็นกรรมมั้ย แต่มองจากมุมคนที่ไม่เกี่ยวกับฐานแฟนคลับนี้ ยังไงก็รู้สึกว่ามันโหดร้ายแน่ ๆ ค่ะ) เพราะอยากให้เมนของตัวเองได้เป็นควีน ออฟ AKB ในปีนั้น ๆ ก็ทุ่มเงินซื้อซิงเกิลให้ โดยในปี 2014 ที่ผ่านมา เป็นปีที่วาตานาเบะ มายูยุ ได้ขึ้นเป็นควีน ออฟ AKB ก็เห็นว่ามีแฟนทุ่มให้ 30ล้านเยน ซื้อซิงเกิลเลือกตั้งแล้วโหวตให้วาตานาเบะ (อันนี้ไม่รู้ว่าสร้างข่าวกันมาหรือเปล่า)
 
ถ้ามองในแง่ของแฟนวาตานาเบะ คือพวกเขารักในศิลปินของเขาจริง ๆ
แต่ถ้ามองในแง่ของคนที่ไม่เกี่ยวกับฐานแฟนคัล จะถูกมองว่า "บ้าหรือเปล่า 30ล้านเยนเลยนะ"
นี่แหละ #เป็นติ่ง(ญี่ปุ่น)หนักมาก
 
4. Goods
จบเรื่องซิงเกิลขูดเลือดขูดเนื้อมากันต่อที่ Goods ค่ะ ซึ่ง Goods นี้ส่วนมากจะหมายถึง Goods คอน ไคโนะเจอวีรกรรมมาทั้งฝั่ง J-Rock และฝั่ง J-POP เราไม่สามารถประมาทได้ซักฝั่งค่ะ เคยประมาท Goods ของ SuG เรื่องทาโอรุ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะหมด น่าจะตุนไว้เยอะ วันนั้นก็เดินไปซื้อ Goods ตามปกติ (แต่ซื้อตอนที่จะเปิดให้เข้าไลฟ์ได้แล้ว) ปรากฏว่า พนักงานขายตอบหน้าเศร้า ๆ ว่า "ทาโอรุหมดค่ะ" ตอนนั้นยอมรับว่าหน้าเหวอมาก ถามทวนพยักงานอีกรอบว่า "หมดจริงเหรอคะ?" พนักงานก็บอกว่า "หมดจริง ๆ ค่ะ" 
 
ก็เดินคอตกกลับมาหาพี่มิที่ไปดูไลฟ์ด้วยกัน บอกพี่มิว่า "ทาโอรุหมด!!!!" และหลังจากนั้นเวลาไปดูไลฟ์ แล้วมีจับมือ ก็จะขึ้นไปบ่น ๆ กับจิยูว่า "รอบนั้นรอบนี้ทาโอรุหมดต่อหน้าต่อตาอ่ะ" จิยูก็เลยแนะนำว่า "ไว้มาซื้อรอบใหม่"............ (พูดง่ายเนอะ) สุดท้าย ก็ฝากพี่มิไปซื้อทาโอรุรอบจังหวัดอื่นเอา -*- (#เป็นติ่ง(ญี่ปุ่น)หนักมาก
 
หรือถ้าจะเอาวง the GazettE ก็ได้ ตอนที่ไปตามที่่โยโกฮาม่าอารีน่า ด้วยความที่เป็นไลฟ์แรกของไคโนะกับ the GazettE ทำให้ไม่รู้ว่าแถวการซื้อ Goods นั่นจะยาวขนาดไหน เราก็ประมาทค่ะ ไปช้า ๆ ข้าวไม่ได้กิน คิดว่าซื้อ Goods เสร็จแล้วจะไปกิน ปรากฏว่า ต่อแถว 3 ชั่วโมงยืนท้าลมหนาวบนรองเท้าส้นเข็ม.... ข้าวไม่ได้กิน สลัดมาก!!! แทบจะเป็นลม แต่ก็แข็งใจไว้ มาเป็นลมตอนนี้ระยะเวลาที่เสียไปกับการต่อแถวมามันจะเปล่าประโยชน์
 
แต่รู้สึกว่ามันจะเปล่าประโยชน์จริง ๆ ค่ะ เมื่อเราไปยืนหน้าเค้าเตอร์ กำลังจะบอกว่าเอา Goods อะไรบ้าง แล้วอิ Goods ที่เราเล็งไว้นั้น สตาฟแปะป้ายว่า "หมด" ต่อหน้าต่อตา....... ทรุดได้ตรงนั้นคงทรุดอ่ะ...
 
ถ้าจะมามองฝั่ง J-POP เรื่อง Goods โหด ๆ นี่แนะนำ ARASHI ร้องห่าดัง ๆ ได้เลยค่ะ แถววนอยู่ 3-4 รอบโตเกียวโดม
 
(อันนี้เป็นภาพวากุวากุกักโค ปี 2013)
 
แฟนคลับบางคนติดงานก็ให้แฟนตัวเองมาต่อแถวรอซื้อ Goods ให้ เอ๊าาาา ลำบากยันคนข้างตัวคราวนี้ หรือถ้าพี่ไทย ก็ฝากคนที่บินมาสอยให้ อาจจะมีการรับพรี รับอะไรก็ว่าไป แต่สุดท้ายก็ #เป็นติ่ง(ญี่ปุ่น)หนักมาก
 
หรือถ้าอยู่ญี่ปุ่นนี่ทุกคนจะรู้ดีว่า ไม่ใช่แค่ Goods คอนเสิร์ตเท่านั้น แต่ยังมี Goods รายการ กู๊ดสถานีทีวี กู๊ดละคร กู๊ดภาพยนตร์ กู๊ด ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สารพัดจะออกกู๊ดมาเยอะแยะ -*- และคนเป็นติ่งญี่ปุ่นอย่างไคโนะก็ต้องตามเก็บ ยกตัวอย่างเช่นภาพยนตร์เรื่องรูโร่ นิเคนชิน ก็ตามล่ากู๊ดที่เป็นเคลียไฟล์มา ทาโอรุซื้อไม่ทัน หมด 
หรือเรื่องคินเคียวริเรนไอ ที่ยามะพีแสดงก็ไปล่ากู๊ดมาเกือบจะทุกอัน
นูเบ เงี่ย
ซุยคิว ← ซุยคิวไม่ได้กินดิชั้นค่ะ วร๊ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (#ขรรมหนักมาก)
หรือจะเอาล่าสุด กู๊ดรายการ TV 24จิคัง ของสถานี NTV........... (อันนี้เราไม่ได้สอย 55555)
 
หลังจากที่เราฟันฟ่าได้ Goods มาในครอบครอง
ผ่านไปประมาณซักเดือน-2 เดือน
สุดท้าย ท้ายสุด ที่ไคโนะเป็นก็คือ........
ที่ตรูไปฟันฟ่าซื้อมานี่ ซื้อมาทำไรวะ...? ซื้อมาขึ้นหิ้ง? ใช้ก็ไม่ได้ใช้
ไม่กล้าใช้ เอาใส่ไว้ในถุง แล้ววาง ๆ อยู่ในตู้เสื้อผ้า.....
55555555555555555555555555555555555
 
5. Shop
กู๊ดเสร็จ มาเรื่องช็อป อันนี้ก็หายนะพอกัน เท่าที่รู้ ๆ จะมี 3 ผ่าย 1.ช็อป AKB (นี่เรียกว่าคาเฟ่ดีมั้ยอ่ะ?) 2.Shop EXILE 3. Johnny Shop
เราจะไม่ขอพูดเรื่องช็อปอะไรมาก แต่อยากจะบอกว่า เวลาสินค้าใหม่มาเนี่ย ใคร ๆ ก็อยากจะวิ่งเข้าไปซื้อตอนนั้นใช่มะ แล้วคิดดูว่า ทุกคนคิดเหมือนกันว่าอยากจะไปซื้อมันวันนี้เลย!!! แล้วทุกคนก็ไปถล่มช็อปในวันนั้น....
 
ช็อปแตกค่ะ
 
ไคโนะเคยมีประสบการณ์กับเรื่องช็อปแตก จนยอมทิ้งคิว เดินหนีไปทำอย่างอื่นดีกว่ามารอเข้าคิวอ่ะ ไม่ได้ซื้อวันนี้ก็ไม่ตายเว้ย หน้านายไว้ชั้นไปส่องในทวิตเตอร์ก็ได้ย่ะ ไว้วันหลังจะกลับมาสอย!!!
 

 
หรือบางช็อปคนอาจจะไม่เยอะ แต่ตัวสินค้านั้นน่ะแหละ เยอะ!!! เยอะในที่นี้หมายถึงความอลังการของมันเยอะมาก ตัวกู๊ดสีสันสดใส สีรุ้งประดับไปด้วยดวงดาว พร้อมทั้งตัวเลข "24" ที่ฉันเองก็ไม่รู้ความหมาย 5555555 แถมราคาก็ไม่แพง จับต้องได้ แต่เพราะคำว่าราคาจับต้องได้นี่แหละ ลองให้มีซัก 10 ชิ้น แล้วราคาแต่ละชิ้นแค่ 500 เยน โอ๊ยยยย จับต้องได้ทั้งนั้น แต่พอเอามาทั้งหมด 10 ชิ้นก็จะกลายเป็น 5000 เยน (จับต้องได้พร่องดิ....555555555555555555555)
 
หรือช็อปบางช็อป เดินเข้าไป เตรียมไปแล้วว่าจะเอาภาพนี้ๆๆๆๆๆ แค่ 3 ภาพพอ แต่พอเข้าไปจริง ๆ ไหงตรูได้ออกมายกเซต 15 ภาพ....แค่นั้นยังไม่พอ แล้วทำไมเพื่อนเธอถึงติดมาด้วยได้วะ!!! เฮ้ย!!! อธิบายเซ่!!! (มองคนในภาพแรงมาก)
 
ยกตัวอย่างง่าย ๆ ช็อปโปสการ์ดของไปรษณีย์ญี่ปุ่น มีวางเรียบเป็นร้อยใบเลยค่ะ ใบละ 100 เยนเองอ่ะ บางใบก็ไม่ถึง วันนั้นไคโนะเข้าช็อปนี้ครั้่งแรก ยอมรับว่าสติแตกมาก ไม่สนใจไรและ ใบละร้อยเยน ถูกจะตาย ไม่ซื้อตอนนี้แล้วจะไปซื้อตอนไหน
 
เราก็หยิบ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หยิบแมร่งทุกแบบอ่ะ สุดท้าย คิดเงิน
10,000 กว่าเยน.... (#ด่าพร่องหนักมาก 555555555555)
 
 
6. แอคหลุม
เรื่องนี้คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นดราม่าอยู่ช่วงหนึ่งเรื่องแอคหลุม คาดว่าคนเป็นติ่งน่าจะรู้อ่ะ โดยเฉพาะติ่งญี่ปุ่นที่สิงทวิตเตอร์ เพราะคำว่าแอคหลุมนั้นหมายถึง แอคเค้าไอดีโซเชียลมีเดียลที่แยกออกมาจากตัวหลัก
 
เช่น ตัวหลักใช้ชื่อว่า A ในนั้นจะมีทั้งเพื่อน, อาจารย์, เพื่อนร่วมห้อง, พ่อแม่พี่ป้าน้าอาญาติสนิทมิตรสหาย โอ๊ยยยย สารพัดรวมอยู่ในนั้นค่ะ คราวนี้เวลาที่เราจะอัพอะไรก็นั่งคิด เอ...อัพไปแล้วพ่อแม่จะว่ายังไงนะ เอ...อัพไปแล้วอาจารย์จะเห็นหรือเปล่า เอ...เราอัพเยอะไปหรือเปล่านะ เอ.... เอ.... เอออ.... อืมมมมมม.... เอิ่ม....
ว่าไป แล้วแต่ท่านจะหวั่นวิตก
คราวนี้ก็เลยมีแนวคิดแอคหลุมขึ้นมา โดยแอคหลุมนั้นจะมีลักษณะแตกต่างจากแอคหลักอย่างสิ้นเชิง จะอัพถี่แบบรัว ๆ ภาพไอดอล ผู้ชาย ผู้หญิง ศิลปินที่ชื่นชอบทั้งนั้น นอกจากนั้นบรรดาเพื้่อน ๆ ในแอคก็ยังเป็นคนที่มีความชอบเดียวกัน พร้อมที่จะรับการโพส "เยอะ" แยะมากมายของเราได้
 
อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะมีแอคหลุมซักคนละ 1 แอคล่ะ ก็จะกลายเป็นแอคหลัก 1 และแอคหลุด 1
แต่ถ้าใครแอดว๊านมาก ๆ ก็จะมีแอคหลุมของหลุมอีก (พระเจ้าช่วย เป็นติ่ง(นี่)หนักมาก)
 
หรือบางทีในเฟสบุคก็ไม่จำเป็นต้องมีแอคหลุมนะ ตั้งค่าบล็อคแมร่งเลย แต่อันนี้ไคโนะเคยทำแล้ว ที่บ้านจะถามว่า ไม่ค่อยได้อัพเดทเลยนะ งานยุ่งเหรอ แล้วมันก็จะมีเสียงมารสอดเข้ามาว่า มันอัพถี่จะตาย อัพอยู่ทุกวัน ที่บ้านก็จะเริ่มมองหน้ากันและว่า "ทำไมตรูไม่เห็นมันอัพอะไรเลย!!!!" อาจจะรู้แล้วก็ได้มั้งว่าถูกบล็อคอยู่ -*-
 
เพราะงั้น การมีแอคหลุมก็อาจจะตัดความรำคาญให้คนรอบตัว และสร้างความสบายใจให้เราก็ได้
 
7. ภาษา
อันนี้ก็เป็นสิ่งที่บรรดาติ่ง ๆ ต้องเจอหาคุณติ่งอะไรที่มันนอกประเทศ และแน่นอนว่าถ้าคุณติ่งฝั่งที่ใช้ภาษาอังกฤษ ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หลวงอะไร เราเชื่อเสมอว่าคุณสามารถแปลคำหล่านั้นได้ แล้วถ้าคุณติ่งอะไรที่มันนอกเหนือกว่าภาษาอังกฤษล่ะ?... และแน่นอนว่างานคุณงอก...
 
ยกตัวอย่างของไคโนะ สมัยที่ยังอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก แล้วติ่งอนิเมชั่น นี่เรียกว่างานช้างมาก ต้องนั่งรอซับ แล้วซับเสือกออกไม่ทันใจ จะไปเร่งคนแปลกก็ไม่ได้เดี๋ยวโดนด่ากลับ มีทางเลือกแค่ 2 ทางคือ รอซับ หรือจะนั่งดูแบบไม่มีซับไปก่อน
 
และไคโนะก็เลือกอย่างหลัง คือนั่งดูแบบไม่มีซับไปก่อน แล้วพอซับออก ก็ค่อยมานั่งดูย้อนหลังอีกรอบ (เยอะเนอะ) คราวนี้อิเหตุการณ์ก็เลยเป็นตราบาปบอกเราว่า ไม่ล่ะ ชั้นจะไม่เป็นแบบนี้เด็ดขาด ชั้นจะเรียนภาษาญี่ปุ่นและ!! ซึ่งสำหรับบางคนอาจจะเรียนพิเศษ, บางคนเรียนเอง, บางคนย้ายแผนการเรียน
 
ไคโนะเป็นพวกสุดท้ายค่ะ
สอบเข้าเอกภาษาญี่ปุ่นแมร่งเลย (ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเรียนวิทย์มา) หวังมากว่าเมื่อเรียนแล้วจะสามารถฟังศิลปินพูดรู้เรื่อง อ่านมังงะ ดูอนิเมะได้ (ชีวิตต้องการแค่นั้น) โดยที่ไม่รู้เลยว่ากว่าจะถึงขั้นอ่านออกฟังรู้เรื่องนั้นต้องผ่านการเคี้ยวของสาขามาอย่างหนัก ท่องศัพท์เป็นว่าเล่น ไวยากรณ์ก็ท่องแทบจะกินชีทเข้าไปได้ ไหนจะคำช่วย ไหนจะคำเลียนเสียง บลา ๆ ใช้เวลา 3 ปีกว่าจะสามารถฟังและเข้าใจมาจนถึงทุกวัน
 
หรือติ่งบางคนอาจจะหวังพึ่งกูเกิลทราน ซึ่งก็ช่วยได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ตามความสามารถของกูเกิล ทีนี้กลับมาเรื่องเรียนภาษาต่อ ไม่ใช่แค่ว่าฟังเข้าใจอ่านได้แล้วท่านจะพอ เพราะหลายคนจะเริ่มคันมืออยากจะแปล เอ๊าาา การแปลนี่ดีนะ ลองนึกถึงสมัยที่คุณไม่รู้ภาษาแล้วไม่มีใครแปลให้คุณดิ ชีวิตนี้โคตรลำบากอ่ะ แบบศิลปินชั้นพูดอะไรเหรอ ฉากตะกี้นารูโตะบอกรักซาสึเกะหรือเปล่า บลา ๆๆ แล้วพอมีความสามารถ ก็อยากจะแปลให้ชาวบ้านชาวช่องได้อ่าน ไม่อยากให้มารับรู้ความทุกข์ทรมานของการฟังไม่ออก...
 
แต่....ไม่ใช่ว่าแปลจบ โพสทวิตแล้วจะมีความสุข เพราะมันอาจจะมีเหตุการณ์ก๊อปบทความหรือสัมภาษณ์ที่ท่านแปล อันนี้บอกเลยว่าเจ็บจริงค่ะ เวลาที่เราแปล เราจะต้องมานั่งสวมวิญญาณคาแรกเตอร์ว่า เออ ถ้าเป็น XXX จะพูดทำนองไหนนะ จะพูดห้วน...ครับ..หรือค่ะ... แล้วคำนี้อ่านว่าอะไร โอ๊ยยย คันจิอ่านไม่ออก ห่า!!นี่ศัพท์อะไรวะ ก็ต้องวิ่งไปถามลุงกูเกิล แล้วบางศัพท์ไม่มีแปลไทย ก็ต้องไปงมอ่านแปลญี่ปุ่นเป็นญี่ปุ่น
 
เห็นมั้ย! การแปลมันไม่ง่าย
แล้วพอคุณแปลด้วยความยากลำบาก โพสปุ๊บ โล่งปั๊บ แล้วถูกก๊อป....วินาทีนั้นจะรู้สึกว่าเออ เนอะ ทำไมพวกเมริงง่ายกันจังวะ ก๊อปทั้งดุ้นเลย คำพูดหมดเลย แม้แต่คำจิกคำด่าก็ก๊อปไป...ขอบคุณ (พร้อมชูนิ้ว)
 
 
8. ระบบแฟนคลับ
ไม่รู้ว่าฝั่งอื่นจะมีระบบแฟนคลับเหมือนฝั่งญี่ปุ่นหรือเปล่านะ แต่การที่เราเข้าเป็น 1 ในระบบแฟนคลับของศิลปินกลุ่มนั้น ๆ จะทำให้เราได้รับอภิสิทธิ์เยอะพอสมควร ไม่ว่าจะโอกาสจองตั๋วคอนที่จะได้ที่นั่งงาม ๆ หรือมีโอกาสสุ่มตัวได้มากกว่า ไม่ต้องโทรเข้า LAWSON, ได้รับข่าวสาร, สามารถอ่านบล็อคลับ ๆ หรือบล็อคเฉพาะกิจของเหล่าศิลปินได้ โอ๊วววววว คุณดูสิคะ เราได้อภิสิทธิ์เยอะมากเลยนะ!!!
 
 
แต่.... ก็นั่นแหละ การที่จะได้รับอภิสิทธิ์เหล่านั้นมา บรรดาติ่ง ๆ ก็จะต้องเสียอะไรบ้างเพื่อที่จะให้สมน้ำสมเนื้อ ที่แน่ ๆ คือเสียเงินทุกปี ปีแรกสมัคร ปีที่สองเป็นต้นไปต่ออายุสมาชิก =.=" แล้วอีกอย่าง ไม่ใช่ว่าเข้าระบบแฟนคลับไปแล้วจะสามารถสุ่มได้ตั๋วทุกรอบ เพราะพลาดตั๋วก็มี!!! (นี่ขนาดตรูเข้าไปเป็น 1 ในระบบแฟนคลับแล้วนะ!!!) อย่างที่เจอก็ของ the GazettE ขนาดเป็น Live ที่จัดให้เข้าได้เฉพาะแฟนคลับ เรายังสุ่มพลาด =.=" ตอนนั้นแทบจะร้องไห้
 
หรือบางกรณีจ่ายเงินก่อนผลการสุ่มตั๋วจะออก มีค่าดำเนินการ มีค่าโอน ค่านั่น ค่านี่ ค่า ๆๆๆๆ เยอะเอาโล่ แล้วพอผลออกมา สุ่มตั๋วไม่ได้ แล้วคืนแค่ค่าตั๋วส่วนค่าบริการ ค่าอะไร ตรูไม่คืน... (สืดดดดดดดดดดดดดดดดด)
 
สรุปแล้วคือ การเข้าสู่ระบบแฟนคลับของติ่งนั้น สิ่งที่ได้แน่ ๆ คือของสัมนาคุณต่าง ๆ สิทธิการเข้าถึงบล็อค, ไดอารี่ลับเฉพาะกิจของศิลปิน, โอกาสที่จะสุ่มได้ตั๋วมากกว่าคนที่ไม่เข้าระบบแฟนคลับ แต่... ก็มีโอกาสที่คุณจะหลุดการสุ่มนั้น (โอกาสหลุดเยอะด้วย ถ้าวงที่คุณเมนมีแฟนคลับในระบบเป็นล้าน...)
 
#เป็นติ่ง(ญี่ปุ่น)หนักมาก
 
9. ตั๋วคอน & ออคชั่น & ตั๋วเส้น
 
 
มันเป็นของคู่กันอยู่แล้ว เมื่อมีศิลปินก็ต้องมีคอนเสิร์ตและเมื่อมีคอนเสิร์ตก็ต้องมีตั๋วคอน และเมื่อมีตั๋วคอน ก็มีตั๋วผี หรือตั๋วออคชั่นได้เช่นกัน เรื่องนี้แฟนคลับฝั่งญี่ปุ่น หรือฝั่งไหน ๆ คงจะรู้จักกันดี แถมอีกอย่าง ตอนนี้ฝั่งไทยก็เริ่มที่จะมีตั๋วผี หรือตั๋วที่คล้ายกับการออคชั่นเกิดขึ้นแล้ว (นี่ถ้ามีเว็บออคชั่นตั๋วเปิดตัวขึ้นมา พี่ไทยจะมาแนวญี่ปุ่น 100%) อย่างแรกคือ ตั๋วเนี่ย ไคโนะขอแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ
 
1. ตั๋วออริจินอล - คือตั๋วที่คุณได้มาจากทางค่ายเพลง ซื้อมาอย่างถูกกฎหมาย สุ่มได้ หรือโทรศัพท์ได้ ก็ว่าไป
 
2. ออคชั่น - คือการที่ไปซื้อต่อคนอื่นมาอีกที โดยปกติ คุณจะต้องจ่ายมากกว่าหรือเท่ากับราคาหน้าตั๋วคอน ไม่มีทางที่จะได้ราคาถูกกว่าหน้าตั๋วแน่นอน (นอนยันเลย) แต่ส่วนมากร้อยละ 99 คือแพงกว่าราคาหน้าตั๋ว เรื่องนี้ติ่งญี่ปุ่นฝั่ง "ค่ายนั้น" คงจะรู้จักกันดี ตั๋วราคา 6000~8000 เยน แมร่งเอามาออคชั่นกัน 20,000 เยน แบบเนี่ย หรือทะลุแสนเยนแบบเนี่ย =.=" (แต่ก็มีคนซื้อนะตัวเธอ)
 
3. ตั๋วเส้น - ถามว่าที่ญี่ปุ่นมีตั๋วเส้นมั้ย....ตอบว่า มีค่ะ!!! ไม่ต้องถามหาหลักฐานนะ แต่มีจริง ๆ เอาชื่อปู่เป็นเดิมพันเลย มี 100% แต่มันก็ไม่ได้น่าเกลียดไง คือคอนที่ญี่ปุ่นจะมีบล็อคสำหรับบุคคลพิเศษ เช่นเด็กในค่ายมาทัศนศึกษาดูคอนรุ่นพี่ รุ่นน้อง ว่าไป, หรือสำหรับครอบครัว แบบเนี่ย แล้วที่นั่งในบล็อคนั่นก็จำกัด เพราะงั้น การที่จะมีตั๋วเส้น ก็จะจำกัดจำนวนใบ ไม่เยอะมากเท่าไรเมื่อเทียบกับตั๋วที่กันไว้ให้แฟนคลับ ก็ถือว่ายอมรับได้นะ ไม่เหมือนตั๋วเส้นคอนอะไรนะ ห้า ห้า อะไรนั่นอ่ะ ที่หมดภายใน 30 วินาที ขายดีจนต้องประกาศคอนรอบที่ 2 น่ะ wwwww (หัวเราะเลว)
 
โอเค เราพูดกันเรื่องตั๋วแล้ว คราวนี้มาดูความสัมพันธ์ของติ่งกับตั๋ว
พูดง่าย ๆ คือ จะต้องไปไฟต์กันเอาตั๋วใน 3 กลุ่มนั่น ถ้าเข้าระบบแฟนคลับ มีสิทธิ์ที่จะได้ตั๋วออริเยอะมาก อีกอย่างสามารถเอามาขายต่อได้ด้วยนะ หรือถ้าติ่งท่านใดอยู่ต่างประเทศ หรืออยู่ในประเทศแต่ระบบสุ่มไม่ได้ มีอีกทางคือรอรอบบุคคลสาธารณะ (รอบนี้ก็ลุ้นกันชิบหายวายป่วง) แล้วถ้าเกิดรอบบุคคลสาธารณะยังคงตกตั๋วคอนไม่ได้
 
คราวนี้ก็งานช้างล่ะค่ะ เพราะคุณจะต้องวิ่งหาตั๋วออคชั่น คุณจะไปเดินหาที่ฮารา หรือติดต่อคนรู้จัก หรือหาเอาที่เว็บออคชั่น ทางไหนก็ตาม แต่ที่แน่ ๆ คือต้องทำใจว่าราคาดีดทะลุเพดานการเงินของคุณแน่นอน
 
หรือสุดท้าย ใครเกิดมาทำบุญมาเยอะ ก็อาจจะได้ตั๋วเส้น ซึ่งตั๋วเส้นที่ญี่ปุ่นดูท่าจะยากหน่อย แต่ตั๋วเส้นที่ไทย...คาดว่าไม่ยากนะ www จริง ๆ เคยสัมผัสบุคคลที่มีตั๋วเส้น เส้นเกือบจะทุกรอบจนแบบ...วงไม่รู้จักก็ยังได้ไป เส้นใหญ่ด้วย แต่ไม่ขอเอ่ยถึงแล้วกัน อาจจะทำบุญมาดี
ส่วนเรา ติ่ง ๆ แบบนี้ก็ไปไฟต์ตั๋ว 2 กลุ่มแรกแล้วกัน (#ร้องไห้หนักมาก)
 
 
10. เรื่องบน ๆ
คาดว่าเป็นการทุกระบบฐานแฟนคลับกับเรื่องบน ๆ คือไม่รู้ว่าศิลปินเราขลังไม่ขลังจริง แต่บนทีไรได้ทุกที และก็ต้องมานั่งแก้บน บางคนอาจจะบนว่า ถ้าสอบได้ 2 คะแนนขึ้นไปจะเปลี่ยนดิสเพลเป็นรูปเมน 1 เดือน แล้วพอได้ดั่งใจหมาย ก็จัดการแก้บนซะ ซึ่งบางคนเปลี่ยนดิสให้ตามที่บนยังไม่พอ อาจจะมีเปลี่ยนชื่อแอคเค้าให้โลกรู้ด้วยว่า "ตอนนี้แก้บน XXX 1 เดือน"
 

 
 
หรือบางคน มาแบบเทพ ๆ แนวเสียเงิน ก็บนซื้อซิงเกิล, บนซื้อนิตยสารที่ศิลปินลง, บนซื้อกู๊ด บน ๆๆๆๆ นอกจากนั้นจะมีการแนะนำบุคคลที่ของแรงด้วย ยกตัวอย่างกรณีไคโนะ อยากจะผ่าน N3 (นั้นยังไม่ผ่าน) เราก็บนใน Facebook ไปว่า ถ้าผ่านจะบริจาคเงิน XXXXXXXXXXXX เยน (กี่เยนก็ว่าไป) แล้วก็มีรุ่นพี่กับรุ่นน้องที่เป็น JE มาโพสต่อว่า "ลองบนนิชิคิโด เรียว หรือไม่ก็อคานิชิ จินสิ 2 คนนั้นของแรงนะ!!!" 
 
..........................ขอแดกจุดแปร๊บ
 
(ซึ่งเรื่องนี้มันก็แล้วแต่ความเชื่อ แต่มันก็น่าแปลกอยู่ตรงที่ว่า รุ่นพี่เล่าให้ฟังว่า บนไรก็ได้นะ 2 คนข้างบนนั่นอ่ะ นี่ JE มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำค่ายเชียวเหรอ? 55555) แต่เราก็ไม่ได้บนพี่ 2 คนข้างบนนั่นหรอกนะ แต่เราบนนาคาจิม่า ยูโตะ แล้วเสือกได้อีกต่างหาก =.=" บน 2 รอบก็เสือกได้ 2 รอบ (แล้วเมริงจะไปแดกจุดใส่รุ่นพี่ทำไม!)
 
นี่ก็กำลังบนรอบที่ 3 เรื่องสอบ N2 
 
ก็รอดูว่าจะผ่านมั้ย ถ้าผ่านขึ้นมา คงต้องยกขึ้นหิ้งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวแล้วล่ะค่ะ 55555
 
Ps. ยิ่งเรื่องหนัก ของที่เอามาแก้บนยิ่งแรง เพื่อให้มันสมน้ำสมเนื้อ มันเป็นกฎการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม 55555
 
(ตัวอย่างการแก้บนด้วยการซื้อของ) 55555
 
 
11. รายการ TV, วิทยุต่าง ๆ & มีเดียร์ต่าง ๆ
อันนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นบาปกรรมอะไร แต่เราคิดว่าติ่งญี่ปุ่นเกือบ 100% เป็นแน่ ๆ  
แบบจะต้องมานั่งตามข่าวสารว่าวันนี้ออกช่องทีวีนี้นะ วิทยุนี้นะ!!! ลงนิตยสารนี้ วันนี้ ฉบับนี้ วันนั้น ฉบับนั้น เดือนนี้ลง 5 ฉบับ เดือนนี้ลง 33 ฉบับ (พร้อง 55555) เชื่อเถอะว่าเป็นกันทุกระบบฐานแฟนคลับ แต่เราไม่รู้ว่าระบบอื่นเป็นยังไง แต่ระบบฝั่งญี่ปุ่นนี้รู้แน่นอน คือตามตารางงานการออกอากาศทีวี วิทยุ หรือนิตยสารไม่เท่าไร ก็รู้ ๆ ว่า เออ วันนี้มีนะ วันนั้นมีนะ แต่มันไม่ฟินไง =.="
 
เมื่อไม่ฟินแล้วทำไงต่อ?
 
นั่น... แล้วประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่แบบ...  คือจะฉายเฉพาะในประเทศ ออกอากาศเฉพาะในประเทศ.... อ้าว แล้วติ่ง ๆ ต่างประเทศอย่างเรา ๆ จะทำยังไง?
 
นั่นแหละ ติ่งถึงมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด(?) นั่นก็คือแฮค IP คอมพิวเตอร์ซะ จัดการ VPN ให้กลายเป็น IP จากประเทศญี่ปุ่นซะ เท่านี้ก็สามารถเข้าดูได้แล้ว แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าติ่งก็ไม่ได้เก่งคอมพิวเตอร์ทุกคนเปล่าวะ คนเก่งคอมก็ดีไป ส่วนคนไม่เก่งคอม ไม่ชำนาญเรื่องเทคโนโลยี คราวนี้ล่ะมรึงงงงงงงงงงงง งานเข้า.... อาจจะไปถามพี่ที่สนิท พี่เขาอาจจะบอกวิธีมา หรืออาจจะหาอ่านในบล็อคที่ทำ How to ดูทีวีญี่ปุ่น อะไรก็ว่าไป แต่ไม่ใช่ว่า พอได้รับคำแนะนำหรือไปอ่าน How to แล้วจะทำได้ทุกคน เพราะคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องมันก็มีไวรัส มีการปรับแต่งไม่เหมือนกันอีก
 
เช่น บางคนใช้ตระกูล Apple แล้วอีตระกูลนี้จะมีปัญหาเยอะมาก คือมันไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่อง เวลาจะทำจะแฮคระบบอะไรก็ยากเลือดตาแทบกระเด็น มีความเป็นส่วนตัวสูง เพราะงั้นโอกาสที่จะไปถามโปรแกรมจากคนอื่นแล้วจะสำเร็จผลก็ยาก (เพราะคนอื่น 99% ใช้วินโดว) ดังนั้นติ่งที่ใช้ตระกูล Apple จะต้องพยายามมากกว่าติ่งที่ใช้วินโดว (เอาสิ)
 
แล้วปัญหาของติ่งที่ใช้วินโดวล่ะ?
อย่าคิดว่าเป็นคนส่วนมากแล้วจะสำเร็จค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ก็อ่าน ๆ How to ไป ทำตามไป ทำไปจบครบขั้นตอน แต่เสือกดูไม่ได้...อ้าว เชี้ย!!!! ทำไมตรูดูไม่ได้ ก็ทำตามขั้นตอนนี้นิ ครั้นจะโพสถาม อิคนตั้งโพสก็ตั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มันจะกลับมาตอบมั้ยก็ไม่รู้ (งานงอกมั้ยล่ะ) ก็ต้องมานั่งงมเองต่อไป ไม่ต่างกัน
 
แล้วปัญหาที่ติ่งฝั่ง Apple กับติ่งฝั่ง Windows มีโอกาสที่จะเจอได้เหมือน ๆ กันคือ
ใช้ไปดี ๆ โปรแกรมพังอย่างไม่ทราบสาเหตุ
....
 
แต่หนักกว่านั้นคือ
 
เนตประเทศไทย ก็คือเนตประเทศไทย....
(อ่าาาาาา แด่ความพยายามของติ่ง)
 
...............
 
ไม่ใช่ว่าเราจะพูดเรื่องการแฮค IP แล้วจะจบค่ะ
มันยังมีประเด็นต่อไป นั่นคือ
 
หลังจากที่แฮค IP สำเร็จ และสามารถนั่งดู TV หรือฟังเรดิโอจากฝั่งญี่ปุ่นได้แล้ว บาปกรรมขั้นต่อไปก็คือ
 
แล้วทำไมตรูต้องมานั่งดูพวกเมริงแบบ Real Time ด้วย???????
(นี่เป็นคำถามที่บางครั้งก็ตอบตัวเองไม่ได้)
 
เช่น เลิกงานต้องรีบวิ่งกลับหอ กลับบ้าน ไปเปิดคอม ต่อเนต แฮค IP รอเวลายามที่ศิลปินขึ้นสเตรจรายการเพลง นั่งฟินอยู่หน้าคอม สเตรจจบ ก็คือจบ หมดหน้าที่ ไปทำอย่างอื่นได้....... (ความพยายามขั้นสุด)
 
เพื่อนนัดไปกินข้าว ก็บอก "วันนี้มีนัดกับผู้ชาย" จากนั้นก็วิ่งแจ้นกลับหอ (โถถถถถถถถถถถถ)
 
หรือบางคน เป็นแนวฉบับรีพอร์ต เปิดหน้าจอแล้วย่อให้เล็ก ๆ เปิดหน้าทวิตเตอร์เล็ก ๆ ไว้อีกอัน จากนั้นก็นั่งแคป โพสแบบเรียลทาม แปลแบบเรียลทาม โหยยยยย นี่มันบาปกรรมอะไรของชั้นวะเนี่ย!!! 
(บางคน แคปหน้าจอมันช้า ถือมือถือแล้วถ่าย แล้วอัด อัพแบบเรียลทามแมร่งเลย 55555)
 
หรือบางคน ก็ชอบอ่ะ ศิลปินออกรายการตี 5 ญี่ปุ่น = ตี 3 ไทย ก็นั่งทน ทนนั่งดูศิลปิน.... หรือรายการยาวติดกัน 3 ชั่วโมง ตรูก็สละเวลาให้ศิลปิน 3 ชั่วโมงเลยจ๊ะ ไม่ต้องทำห่าอะไรและ แล้วเวลาญี่ปุ่นกับเวลาไทยมันตรงกันซะที่ไหน อิประสบการณ์ 3 ชั่วโมงนั่นคือ ลากยาวจาก 6โมงเย็นไทยไป 3ทุ่มประเทศ ข้าวปลากูไม่ต้องแดรกล่ะค่ะ นั่งเฝ้าโน๊ตบุคอยู่นี่แหละ (ซึ่งวันนั้นก็ไม่ได้แดรกจริง ๆ จะเป็นลม แต่หนูเรียกมันว่าความรักค่ะ (เหรอ?))
 
หรือถ้าใครติดธุระจริง ๆ ดูไม่ได้ ก็จะเริ่มพร่ำบ่นว่า "ฝากดู ฝากฟังแทนด้วยยยย" จากนั้นก็จะวิ่งไปหาคลิปย้อนหลังมาดู หรือไม่ก็ระหว่างที่ทำธุระทำอะไรก็จะนั่งเลื่อนอ่านรีพอร์ตอย่างกระวนกระวายใจ ถ้าอ่านญี่ปุ่นออกก็ดีไป แต่ถ้าอ่านไม่ออก ก็ต้องเลื่อน ๆๆๆๆๆๆๆ ดูว่ามีใครแปลมั้ย จากนั้นก็อ่าน.... (กราบค่ะ)
 
นี่ไม่ใช่แค่ด้านอินเทอร์เนตนะ ด้านนิตยสารต่าง ๆ ที่ศิลปินลงก็มี
อย่างที่บอกว่ามันจะมีภาพหลุดนิตยสารออกมาจากพี่จีน ถ้าเล่มไหน แมคไหนภาพสวย หรือคู่ชิพที่เราชิพเยอะชิบหาย ก็จะต้องเกิดอาการโทรไปจอง หรือวิ่งไปจองที่คิโนะคุนิเยอะ ภาวนาให้ของมาถึงเลย ๆ อยากลูบ อยากสูดดม (ชั้นก็เป็น แต่ตอนนี้เริ่มหย่าขาดและ) นอกเหนือไปกว่านั้นคือ เงินเราก็กำลังจะหมุนไปที่ร้านหนังสือเช่นกัน....
 
อ่าาาาาาาาาา....
 
....ทั้งหมดทั้งมวลนี้ หนูเรียกมันว่าความรักค่ะ....
#เป็นติ่ง(ญี่ปุ่น)หนักมาก
 
 
12. ช่องทางรับรู้ข่าวสารของศิลปิน
ก็เหมือน ๆ กับศิลปินทั่วไป มี IG, Twitter, Fanpage, Blog, Diary เอาไว้พูดคุยกับแฟนคลับ แต่ศิลปินจะตอบมั้ยนั่นอีกเรื่อง ไม่ค่อยมีการพร่ำเพ้อถึงแฟนคลับ ส่วนมากจะอัพว่า ทำงานและนะ วันนี้มีงาน วันนี้มีนั่นมีนี่ ว่าไป
 
โดยเฉพาะรูกิ the GazettE ตอนที่มี Twitter พี่แกประกาศเลยว่า "มีทวิตเพื่อติดต่องาน ไม่ใช่ติดต่อแฟนคลับ" ← โหดสัส 55555
 
แต่...
ถ้าใครตามฝั่ง JE จะรู้ดี 
ไม่มีห่าอะไรให้ตรูได้ติดตามเลย นอกจากระบบแฟนคลับผู้เสียตังเข้าสู่ระบบ หรือตามหน้า J-web หรือตามแหล่งข่าวต่าง ๆ หรือตามทวิตเตอร์ที่มีคนไปเจอแล้วถ่ายภาพมาบอกว่าคนนี้กำลังอยู่ตรงนี้นะ ว่าไป...
ลำบากดีแท้ แฟน JE เนี่ย.....
(ดีที่เมนเรามี Twitter กับ IG wwwww)
 
 
13. มาม่า
 


ถ้าในกรณีของบุคคลธรรมดาทั่วไป มาม่าคืออิซองสีเหลือง ๆ หรือสีอะไรก็ตาม แล้วแต่รส แต่สำหรับติ่ง มาม่าคือเรื่องที่ไม่น่าพิศมัย และไม่มีใครต้องการ เพราะมันเป็นเรื่องไม่ดี หรืออาจจะเป็นข่าวลือ หรือข่าวอะไรก็ตามเกี่ยวกับศิลปินของตนเอง
 
ซึ่งการรับมือของติ่งแต่ละบุคคลนั้นจะต่างกัน ถ้าเป็นติ่งที่มีสติ ก็อาจจะเข้าใจว่า เออ ศิลปินก็คน มันก็ต้องมีบ้าง จากนั้นก็นั่งดูความเคลื่อนไหว หัวใจอาจจะมีแกว่ง ๆ เพราะกลัว แต่ก็ทำใจไว้บางส่วน
 
แต่ก็จะมีติ่งที่แบบแก้ตัวแทนศิลปิน พยายามหาทุกอย่างมายืนยันว่ามันไม่ใช่แบบนั้นนะ!!! (แต่เอาเข้าจริง ๆ เราคิดว่า เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีแหละว่ามันเป็นยังไง เราจึงเชื่อมั่นในการตามข่าวแบบนิ่ง ๆ ต่อไปดีกว่า ไม่แก้ตัวแทน ไม่ปกป้อง เพราะถ้าศิลปินทำ นั่นก็คือเขาทำจริง แต่ถ้าเขาไม่ได้ทำ ผลออกมา ก็ให้มันจบอยู่แค่นั้น ไม่อะไรต่อ เพราะงั้นรอดูความจริงที่มันจะปูดออกมาดีกว่า)
 
แต่มาม่านี้มันก็มีหลายกรณี เอาที่ฮิต ๆ จากฝั่งญี่ปุ่นคือการถูกแขวะจากฝั่งอื่น (กรณีนี้เห็นเยอะ) แต่ฝั่งญี่ปุ่นมันฮาไง =.=" โดนแขวะมาแล้วไง ชั้นไม่แขวะต่อนะ ชั้นตั้งแทกแซะเมนตัวเองเลย เธอไม่ต้องมาเหนื่อยแซะเมนชั้นหรอก ชั้นแซะเอง 55555555 จากเรื่อง "มาม่า" ก็กลายเป็นเรื่อง "5555555"
 
แต่ถ้าถามว่ามีมาม่าแบบจริง ๆ จัง ๆ มั้ย ตอบเลยว่ามี แต่เราอยู่ควบทั้ง 2 ฝั่ง ฝั่งเจร็อคไม่ค่อยมีอะไรมาม่าพวกนี้ แต่ถ้าฝั่ง J-POP นี่บอกเลยว่า เมื่อไรก็ตามที่พี่บุญชุน(Shukan Bunshun) กับพี่ฟรายเดย์ (นิตยสาร FRIDAY) เรื่องเคลื่อนไหว ติ่งญี่ปุ่นจะหนาว ๆ ร้อน ๆ มาก เพราะนิตยสารแนวข่าวคาว 2 ค่ายนี้ใหญ่ แถมเคยเหยียบศิลปินให้จมมาแล้ว (เท่าที่เราทราบตอนที่เข้ามาฝั่งนี้)
 
เช่นกรณี
ทำ ผญ ท้องแล้วไปเอาออก...
กินเหล้าก่อนอายุ 20 ปี...
สูบบุหรี่ก่อนอายุ 20 ปี...
มีเดทลึกลับ....
ภาพหลุด....
ไปงานวัด เมา...
บลา ๆ 
 
บางเรื่องเป็นเรื่องจริง ศิลปินก็ต้องจัดตั้งโต๊ะแถลง แล้วก็ขอโทษขอโพยทางค่าย แฟนคลับ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ถ้าค่ายศิลปินไหนที่กฎแรง บทลงโทษก็แรงตาม ซึ่งเราไม่รู้ว่าพอศิลปินได้รับโทษที่หนักของค่ายแล้ว คนที่เล่นข่าวนั้นของบุญชุนหรือฟรายเดย์เขาจะรู้สึกยังไง เขาจะนั่งนิ่ง ๆ แล้วบอกว่า "สมควรแล้วนิ" หรือเขาจะนั่งทำหน้าเศร้า แล้วคิดว่า "ไม่น่าเล่นข่าวนี้เลย"
 
อีกอย่าง
เรื่องนี้ เราไม่รู้ว่า พี่ ๆ นิตยสาร 2 หัวนั่นเสือกเรื่องชาวบ้าน หรือว่าเพราะมีคนเอาข่าวมาให้ พี่แกก็เลยทำหน้าที่กระจายข่าวให้....ในฐานะสื่อ.... 
นี่เราคิดไม่ออกจริง ๆ 
 
แต่ที่แน่ ๆ คือ ติ่งญี่ปุ่นจะต้องเตรียมรับมือกับเรื่องมาม่าที่จะมาจากบุญชุนและฟรายเดย์
(แต่สิ่งหนึ่งที่เราคิดได้จากกรณีของบุญชุนและฟรายเดย์คือ นิตยสาร 2 หัวนี้เป็นเครื่องเตือนสติเราได้อย่างดีว่า "เรา" เป็น "ใคร" และ "เขา" เป็น "ใคร")
 
 
 
14. ลดลง และหายไป
เรื่องนี้เป็นสิ่งสุดท้ายที่ติ่งจะนึกถึง หรือถ้าลืมไปได้ ติ่งก็คงอยากจะลืมไปให้หมด มันเป็นเรื่องของบุคคล และการเคารพการตัดสินใจของบุคคล
 
ไม่มีอะไรยั่งยืนหรอก...
เรื่องนั้นเรารู้กันดี
แต่เราก็อยากจะให้สิ่งที่เรารักอยู่กับเราไปนาน ๆ
 
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนต่อติ่งทุกฝั่ง ไม่ว่าจะฝั่งเกาหลี, ญี่ปุ่น, ยุโรป, เมกา, อังกฤษ 
ต่างก็กลัวเกี่ยวกับเรื่องนี้มากที่สุด ศิลปินมีข่าวคาว ยังไม่เจ็บใจเท่ากับเรื่องการลดลง หรือหายไปของศิลปิน....นั่นหมายความว่า เราอาจจะไม่ได้เห็นเขาโลดแล่น หรือเปร่งประกายอีกแล้ว (ถ้าโชคดีหน่อย เขาอาจจะเปลี่ยนทิศทาง ไปโลดแล่นยังทิศทางอื่น หมายความว่า เราจะยังเห็นผลงานของเขาอยู่ นั่นก็ดีไป)
 
มีกรณีศึกษาเยอะมากเกี่ยวกับหัวข้อนี้ ถ้าไคโนะยกตัวอย่างขึ้นมาอาจจะมีติ่งบางส่วนไม่พอใจ พวกเขาอาจจะกำลัง Keep และเชื่ออยู่เสมอว่าจะต้องกลับมาแน่ ๆ จิตใจของพวกเขาบริสุทธิ์มากนะ แต่บางครั้ง ความจริงก็คือความจริงนั่นแหละ ตามที่ตาเรามองเห็น มันเป็นยังไง ก็เป็นอย่างงั้น แต่บางครั้ง การเชื่อ ก็ช่วยให้เราสามารถดำเนินต่อไปข้างหน้าได้
 
ก็มีบางวงที่ลดลงครั้ง 1 แล้วยังไม่พอ มีลดลงครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ตามมา จนคนในวงเริ่มที่จะเอามาล้อกันสนุกสนาน แต่บางครั้ง เราก็ไม่รู้หรอกว่าความสนุกสนานที่ศิลปินล้อ ๆ กันอยู่นั้น สนุกจริงหรือเปล่า.....(และเราเชื่อว่า ไม่น่าจะสนุกนะ)
 
เรื่องการหายไป เจ็บปวดกว่าการลดลง...
ใช่ค่ะ เรื่องนี้เจอเองกับฝั่ง J-Rock การหายไปในที่นี้คือ ไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกับเราอีกแล้ว การลดลงเรายังจะสามารถตามข่าวเขาต่อไปได้ เหมือนกับเส้นตรงที่เราและเขาเดินคู่กันมา เรามองดูเขาตั้งแต่เด็ก ๆ เติบโตมาพร้อมกัน เขาอาจจะแยกเลี้ยงไปทางซ้าย ในขณะที่เราเดินตรง แต่เรายังมีเครือข่ายที่จะรับรู้ข่าวสารของเขา หรือเรายังรู้ว่าเขายังอยู่ในโลกเดียวกับเรา
 
แตกต่างจากการหายไป...
เขาหยุดและมุดลงไปในดิน หรืออาจจะลอยออกไปนอกโลก ในขณะที่เรายังเดินตรงไปข้างหน้า การลงไปในดินหรือลอยออกนอกโลกนั้น แน่นอนว่าสัญญาณอินเตอร์เนตไปไม่ถึงหรอก...เหมือนทั้งเราและเขาตัดขาดจากกันเรียบร้อย ไม่รู้จักกันแล้วนะ ไม่ได้เจอกันแล้วนะ.....
 
นอกจากนั้น ไม่ใช่แค่การลดลง หรือหายไปของฝั่งศิลปินเท่านั้น ฝั่งติ่งเองก็เช่นกัน
เราติ่งมาด้วยกัน เราอาจจะแยกทางจากเธอ หรือเธอแยกทางจากฉัน เราอาจจะไม่ได้เดินไปพร้อมกันแล้วนะ เพราะแนวทางของเราเปลี่ยน หรืออาจจะเป็นเพราะแนวทางของเธอเปลี่ยน...
ไม่ว่าจะทางไหนก็เจ็บปวดพอ ๆ กัน
 
ดังนั้น
ไม่ว่าจะลดลง หรือหายไปของศิลปิน หรือเพื่อนที่ติ่งมาด้วยกัน
ต่างก็สร้างความเจ็บปวดให้กับติ่ง แต่มันเป็นเรื่องจริงที่ติ่งจะต้องยอมรับ
ระยะเวลาอาจจะช่วยเยียวยาความเจ็บปวด แต่...มันจะเป็นแผลเป็น....
 
แผลเป็น ต่อให้ไม่เจ็บแล้ว แต่เราก็รู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น 
มันเป็นเครื่องคอยเตือนอยู่เสมอว่า เหตุการณ์นี้นะ เธอถึงได้ฉันมา
อยากจะเอาฉันออกเหรอ? เอาสิ ยิงเลเซอร์ใส่แผลเป็นอย่างฉันเลยสิ
แต่ยังไง จิตใจเธอก็รู้อยู่ดีแหละว่า ตรงนี้มันเคยมีแผลเป็นอย่างฉันอยู่
 
 
 
ขอร้องล่ะ...อยู่กับฉันนะ...อยู่ตรงนี้นะ...อย่าลดลงนะ...อย่าหายไปไหนนะ...
 
ขอบพระคุณที่อ่านทั้งแต่ต้นจนจบค่ะ
#เป็นติ่ง (ญี่ปุ่น) หนักมาก
 
 
http://pantip.com/topic/33058202
http://xn--wbtt9t.jp/2013/wakuwaku-goods.html

[How to] อยู่ญี่ปุ่นให้รอด ฉบับติ่ง

ตั้งแต่กลายร่างเป็นติ่ง ฉันก็ไม่รู้จักคำว่า "รวย" อีกเลย
 
โอ๊สสสสสส
คมบังนู๊วววว~~ววววว (ทำเสียงนาคาจิมะ)
 
5555
 
ไคโนะค่ะ
ไม่ต้องตกใจอะไรนะ ตอนนี้ติดการทักทายฉบับนาคาจิมะไปและ =.="
ช่วงนี้เขียนบล็อคบ่อยเนอะ
ก็อย่างที่บอก อัดอั้น 5555
 
มีหลายเรื่องที่อยากจะเขียนเหอะ
ช่วงที่ Exteen พัง ๆ (ตอนนี้ก็พัง) อัพไม่ค่อยได้
ไม่มีที่ให้อัพ
Topic มากมายที่อยากจะเขียนเต็มหัวเลย
ค่อย ๆ เขียนไปเนอะ!!!!
 
มาวันนี้ เราจะมา How to อยู่ญี่ปุ่นให้รอด ฉบับติ่ง กันค่ะ!!!
เชื่อแหล่ะว่าหลายคนมาญี่ปุ่นนี่เพราะความติ่งล้วน ๆ 
แต่ก็ต้องมาประสบกับปัญหาค่าครองชีพแพง
เงินไม่พอใช้
 
แดกแกรบ
อ้าว
ชิบหายและ
~ เพราะงั้น เราต้องเรียนรู้ที่จะเอาชีวิตให้รอดภายใน 1 เดือนค่ะ
(คนที่อยู่ญี่ปุ่นอยู่แล้ว ก็อาจจะมีวิธีรับมือ
แต่สำหรับติ่งมือใหม่ ที่กำลังจะมายังประเทศนี้
อาจจะยังไม่มีประสบการณ์
อาจจะยังไม่รู้ความโหดร้ายของศิลปินที่เราเมน (ศิลปินผิดอะไร?) 555555
เพราะงั้น จะเขียนบล็อคไว้ให้ศึกษานะคะ
จะได้เอาไปปรับใช้ยามจะมาติ่งที่นี่)
 
อันนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัว
ส่วนใครมีประสบการณ์นอกเหนือจากนี้ยังไง แชร์กันได้เนอะ TwT
 
------------------------------------------------------------------------
 
แนะนำความรู้พื้นฐานกันก่อน (ยังไม่เข้าเรื่องนะเธอ)
 
1. ติ่ง
(ภาพไม่ได้เกี่ยวเล้ย~ 555)
 
→ อันดับแรกมารู้จัก "ติ่ง" กันก่อน ซึ่งคำนี้โผล่มาได้จากไหน อย่างไร ไคโนะเองก็ไม่รู้
แต่ปัจจุบัน ถ้าพูดถึง "ติ่ง" ทุกคนจะรู้กันดีว่าหมายถึงอะไร เพราะงั้น ไม่อธิบายมาก
แต่อยากจะบอกว่า ติ่งนี้ก็มีมากมายหลายประเภท
แต่มีจุดร่วมกันคือ
 
1.1 มีสิ่งที่ตนเมน (ยกตัวอย่างเช่น เป็นแฟนคลับวง OOO ว่าไป)
→ ซึ่งส่วนมากถ้าพูดถึงติ่งก็คงจะหมายถึงแฟนคลับศิลปินนี่แหละ =.="
(แล้วเราก็จะพูดกันเรื่องติ่งศิลปินด้วย)
→ ในการเมนนั้น มันก็แล้วแต่คนนะ ถ้าเมนแค่อะไรอย่างเดียว มันก็ดี เพราะจะได้ทุ่มให้แค่สิ่งเดียว
แต่ถ้าเสือกเมนหลายอย่างนี่บอกเลยว่า "มรุงตาย~~" 5555555
แกรบจะถามหา 55555 (ชั้นเป็นอยู่นี่ไง T.T)
 
1.2 อุดหนุนศิลปิน
→ ข้อนี่ถือว่าดีน๊าาา อุดหนุนสินค้าศิลปินเนี่ย เพราะถ้าไม่ช่วยกันอุดหนุน
สินค้าขายไม่ออก ศิลปินก็อยู่ไม่ได้นะจ๊ะ แต่เท่าที่ไคโนะแบ่งได้ ก็ประมาณนี้นะ
1.2.1 ตามศิลปิน ซื้อของทุกอย่าง CD, DVD, Goods, ตั๋วคอน ว่าไป
→→ ซึ่งติ่งในข้อนี้ ถือว่าจ่ายหนักสุด
1.2.2 ตามศิลปิน แต่ไม่ซื้อ CD, DVD, Goods... ซื้อแค่ตั๋วคอน
→→ ติ่งในข้อนี้ ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ แต่ก็นะ...! (ชั้นไม่พูดนะ เพราะชั้นก็เป็น 55555)
→→ ถ้าชอบศิลปินไทย ก็ดี เพราะตามง่าย จ่ายเบา แต่ถ้าชอบศิลปินต่างประเทศนี่ถือว่า ติ่งข้อนี้คือติ่งที่มีความอดทนสูงมาก แล้วก็เป็นบุคคลที่มีสกิลการ "รอ" เป็นเลิศ!!! เพราะเราไม่รู้ว่าศิลปินเราจะ come to Thailand กันเมื่อไร ก็ได้แต่รอต่อไป หรือถ้ารอไม่ไหว ก็นู้น~~ บินตามเลยค่ะ
1.2.3 ตามศิลปิน ไม่ซื้อ CD, DVD แต่ซื้อ Goods และตั๋วคอน
→→ ติ่งประเภทนี้ ถือว่าจ่ายเบากว่า ติ่ง 1.2.1
1.2.4 ติ่งที่ไม่อุดหนุนอะไรเลย
→→ ลาออกจากการเป็นติ่งเถอะค่ะ 55555
 
คราวนี้เราจะมาโฟกัสกันที่ "ติ่ง ที่ชอบศิลปินต่างประเทศ"
ยึดให้โลกหมุนรอบไคโนะนะคะ 55555
 
ส่วนตัวไคโนะเป็นติ่งฝั่ง JROCK ค่ะ ซึ่งใคร ๆ ก็รู้ว่ากระแส JROCK ในไทยนั้น เป็นอะไรที่เบามาก
ไม่ค่อยมาบ่อย แต่ก็มีช่วงนึงที่กระแส JROCK แรงมากในไทย แต่ก็แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ
ตอนนี้วงที่ไคโนะเมนคือ the GazettE
ไคโนะก็เคยหวังนะว่า ไม่จำเป็นต้องมาญี่ปุ่นก็ได้ รอดูที่ไทยก็ได้
แต่ยิ่งรอ จะยิ่งรู้ว่าโอกาสมันน้อยมาก =.="
 
เพราะอะไรน่ะเหรอ??
เพราะเราเป็นแฟนคลับ เราตามข่าวใช่มะ? แล้วมันจะแบบ ถ้าใครตามกาเซต จะรู้ดีว่า
รูกิเสียงหายกลาง Live บ่อยมาก =.=" แล้วก็ต้องหยุด Live ไป เพราะร้องไม่ได้
หมอเคยแนะนำให้รูกิหยุดสูบบุหรี่ แต่รูกิก็ไม่หยุด (มันพยายามหยุด หรือไม่พยายามยังไงชั้นมิอาจทราบได้)
 
นั่น!
ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ ความกลัวของแฟนคลับที่รอเจอศิลปินก็คือว่า
กลัวว่ารูกิจะร้องเพลงไม่ได้...
กลัวว่าซักวันวงจะเป็นอะไรไป....
เพราะงั้น ต้องรีบเจอให้เร็วที่สุด!
 
2. ตั้งเป้าหมาย
ติ่งแต่ละประเภทย่อมที่จะมีเป้าหมายใช่มะ? เช่นติ่งศิลปินต่างประเทศก็ย่อมจะมีเป้าหมายว่า
ต้องเจอศิลปินที่ชอบให้ได้ แล้วถ้าศิลปินพี่แกไม่ยอมมาไทยซักที ก็ต้องบินตามเลยค่ะ
นี่ถือว่ามีเป้าหมายและนะ
 
3. ตามล่าหาช่องทาง
ถ้าติ่งแค่วงเดียว ซื้อตั๋ว บินมาดู แล้วบินกลับ มันก็โอเค
แต่ถ้าติ่งหลายวง จะบิน ๆ ไป ๆ มา ๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องใช่มะ? เงินนะคะ เสกเอาไม่ได้ค่ะ!!!
เพราะงั้น สำหรับใครที่ติ่งหลายวง แนะนำให้มาแบบทุนการศึกษา 55555 (ชั้นเป็นต้น)
ถามว่าเลวมั้ย ก็เลวนิดนึง ทุนให้มาเรียน เสือกมาติ่ง 55555
 
ถ้าเป็นไปได้ ก็ให้เลือกทุนระยะเวลา 1 ปี (ชั้นเป็นต้น)
แต่ถ้าไม่สามารถจริง ๆ เอาทุนระยะสั้นก็ได้ค่ะ
(แต่เธออย่าทะลึ่งเลือกระยะสั้น 1 อาทิตย์ 2 อาทิตย์แบบนี้นะ เพราะเธอคงกระดิกตัวไปดูคอนยากอ่ะ =.="
แนะนำให้ซัก เดือนขึ้นไปกำลังดี)
 
ซึ่งทุนเนี่ย
มันก็จะมีทุนตัวเอง กับทุนที่ได้รับจากแหล่งทุน
ถ้าเป็นไปได้ (ถ้ามรุงเก่งพออานะ) พยายามสอบทุนให้ได้
ถ้าติ่งญี่ปุ่น ก็สอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่นให้ได้ เพราะเงินให้หนักมาก และสามารถเลือกมหาลัยได้ด้วย
 
แต่ถ้าไม่เก่ง หรือดวงไม่มี
ก็ทุนตัวเองจ๊ะ (หายนะจะเกิดกับเธอทันทีเมื่อเท้าเหยียบประเทศญี่ปุ่น) ← ตรูเป็นต้น
 
4. สมัครแฟนคลับซะ!

ข้อนี่แนะนำสำหรับคนที่จะมา 1 ปีค่ะ เพราะระยะเวลาแฟนคลับมันมีระยะเวลา 1 ปี
ถ้าเธอมาแค่ 1 เดือนแล้วสมัครสมาชิกแฟนคลับ 1 ปีมันก็ไม่คุ้ม!!! แต่ถ้าอยากได้ฟิลแบบ
ว๊าย~~ ชั้นสมัครแฟนคลับแล้วนะ ก็อัญเชิญค่ะ เงินเยอะ เชิญ~ 5555
 
แต่มา 1 เดือน สมัครแฟนคลับ EXILE ไม่ได้นะ เพราะกว่า EXILE จะส่งบัตรประจำตัวแฟนคลับมาให้
ใช้เวลา 2 เดือน =.=" (ซึ่งชั้นก็ไม่รู้ว่าลุงฮิโระใช้เวลาอะไรมากมายนักตั้ง 2 เดือน)
 
อีกอย่าง ข้อดีของการสมัครแฟนคลับคือ
- สามารถรู้ข่าวสารก่อนใครเพื่อน
- โอกาสจองตั๋วคอนแล้วได้ตั๋วมีเยอะกว่าคนธรรมดามักเกิ้ลสามัญชนทั้วไปกว่า 80%
- ที่นั่งตั๋วดีกว่าคนธรรมดามักเกิ้ลสามัญชนทั่วไปกว่า 80%
- ได้รับนิตยสารราย 3 เดือน
- ได้บัตรแฟนคลับ
- ได้พรีเมี่ยม บลา ๆ ว่าไป
- ได้เข้าร่วม Live for FC Only (the GazettE เป็นต้น)
- ได้จิมังตัวเอง (อวดภูมิ 555555)
 
โดยการสมัครสมาชิก ของไคโนะนั้นสมัครไว้ 2 วงค่ะ คือ
- the GazettE
- EXILE
 
สำหรับ the GazettE
วงนี้อัตราการไฟต์ซื้อตั๋วไม่ค่อยเยอะเท่าไร
(ความคิดเห็นส่วนตัวค่ะ เพราะดูจาก Live Final ที่ Yokohama Arena 
จองเลทขนาดไหน ก็ยังจองตั๋วได้อยู่อ่ะ)
 
แต่สำหรับ EXILE นี่ไม่รู้แฮะ
แต่เพื่อนญี่ปุ่นที่ติ่ง EXILE พี่แกบอกว่า ตั๋ว EXILE หายากพอตัว
เพราะงั้น สมัครสมาชิกกันไว้ดีกว่า
 
เราก็เลยแบบ เออ สมัครก็ได้วะ
 
ถ้าพูดเรื่องสมัครแฟนคลับ
ถ้าไม่พูดถึง JE หรือ Johnny Entertainment ก็คงจะเป็นการหยามลุงจ้อนจนเกินไป 5555
ทำไมถึงว่าแบบนั้นเหรอ? เพราะในญี่ปุ่น ศิลปิน ไอดอลที่เดินไปไหน หรือเปิด TV ต้องเจอ
ก็จะมีหลัก ๆ แค่ 2 ตระกูลคือ 
1. ตระกูล AKB
→ พวกนางจะโผล่อยู่ทุกที่ค่ะ ตั้งแต่สถานีรถไฟ, Flyer, LAWSON, บลา ๆ ว่าไป
2. ตระกูล JE
→ พี่แกจะโผล่ทุกที่ค่ะ ไปไหนถ้าไม่เจอเด็กจ้อนนี่ถือว่าวันนั้นแปลกประหลาดและ
ไคโนะเคยลองเช็คตาราง TV ทุกวันนะคะ ทำระยะเวลา 1 อาทิตย์
ทุกวันต้องเจอเด็กจ้อนไม่ช่องใดก็ช่องนึง =.="
 
และ ตระกูล EXILE บ้างประปราย
ไม่เยอะ ส่วนมากจะเจอแต่คุณ TAKAHIRO (รายนี้หล่อค่ะ) 5555
 
เจอบ่อยแล้วเกี่ยวอะไรกับสมัครสมาชิก?
นั่น! คิดว่าหลายคนคงตั้งคำถามและ
คือเอาตรง ๆ ถ้าฝั่ง AKB นี่ไคโนะไม่รู้อ่ะ เพราะไม่ได้เมน (เราไม่เมนผู้หญิง)
แต่ถ้าฝั่ง JE ถ้าไม่สมัครสมาชิกแล้วคิดจะดูคอน JE นี่ถือว่าพลาดมาก
เพราะคอน JE เป็นอะไรที่ตั๋ว SOLD OUT ตลอด!
 
ตั๋วที่กันไว้ให้แฟนคลับมีราว ๆ 70~80%
ส่วนอีก 20~30% จะกันไว้ให้คนธรรมดามักเกิ้ลสามัญชนทั่วไป
แล้วเด็ก JE นี่แฟนคลับเยอะมาก
โดยเฉพาะใครเมน KAT-TUN, ARASHI แบบเนี่ย ไม่สมัครสมาชิกอย่าหวังว่าจะสอยตั๋วได้ค่ะ (ถ้าดวงไม่ดีจริงๆ)
เพราะแม้แต่คนที่สมัครสมาชิกเอง ไม่ได้ตั๋วก็มี =.=" (ใครเป็นแฟน JE นี่ต้องอดทนนิดนึงนะ)
 
หรือถ้าใครกระเป๋าหนัก ไปออคชั่นเอาก็ได้ค่ะ อันนี้แล้วแต่คน 555555
แต่ถ้าแฟน JE แล้วว๊อนดูคอนจริง ๆ แนะนำให้สมัครสมาชิกนะ
 
ส่วนวิธีการสมัครนั้น ไคโนะบอกไม่ได้จริง ๆ เพราะเคยจะสมัคร JUMP ไป 2 รอบ
แต่ไม่มีปัญญาสมัคร สุดท้ายก็แบบ... เออวะ! ไม่สมัครก็ได้ =.="
 
5. SHOP

มันเป็นอะไรที่หายนะที่สุดใน 3 โลก สำหรับใครที่เมนวงที่มีช็อปเป็นของตัวเอง
เช่น
- AKB มีช็อปที่อากิฮาบาระ (ชั้นไปมาและ เป็นอะไรที่หายนะมาก แต่ดีที่ไม่เมน เลยเสียไม่เยอะ)
- JE มีช็อปอยู่ 4 ที่ (ฮาราจูกุ, นาโงย่า, โอซาก้า, ฟุคุโอกะ)
ในช็อปของขายหลัก ๆ คือ รูปภาพ ใบละ 150 เยน
รายละเอียด ตามนี้ค่ะ → http://www.johnnys-net.jp/page?id=shop&lang=en_us
คำเตือน ใครที่เมน JE ระวัง Shop ไว้ให้ดี เพราะมันจะเต็มไปด้วยภาพเหล่าเด็กน้อย โชเนนซามะ 
ใบหน้าหล่อ ๆ น่ารัก ๆ ของโชเนนซามะ อาจจะล่อลวงให้ท่านสอยภาพมากกว่า 20 ภาพก็เป็นได้...
(ทำเสียงคนอวดหมี)
(ตรูหมดกับนาคาจิมะมา 6พันเยนและ 40 ภาพและ =.=")
 
- EXILE มีช็อปแยกย่อย 2 ช็อปคือ
5.1 24Karats ช็อปตัวนี้ขายพวกเสื้อผ้า กระเป๋าไม่หนักพอ อย่าแตะค่ะ เพราะถูกสุดเท่าที่เจอในช็อปที่โอซาก้าคือ 1 หมื่นเยน
#กุเหลือบมองเพื่อนกุที่ติ่งEXILE
#ทั้งตัวมันนี่3หมื่นเยนน่าจะได้ T.T
#จะฉกเสื้อผ้ามันไปขายอยู่ =.="
5.2 EXILE STATION ช็อปตัวนี้ขายพวก Goods ค่ะ ของราคาเบา ๆ (แต่มันก็สวยจนซื้อเยอะ และสุดท้าย ราคาก็ไม่เบา ← พร่อง~)
 #กุโดนมาแล้วไง
#ไปช็อปEXILEทีนี่หายนะมาก
แต่หายนะน้อยกว่า Shop JE นะ 55555
รายละเอียดตามนี้ → http://www.exiletribestation.jp
 
แนะนำเบื้องต้น ต้นตอของการเสียเงินก็ราว ๆ นี้ค่ะ
#กุพิมพ์มาเยอะมากนี่คือยังไม่เข้าเรื่องนะคะ 55555555
ใครที่แบบ อ่านมานาน เบื่อ กดปิดไปเลยค่ะ
5555 แต่ถ้าใครอยากอ่านต่อ ก็เลื่อนลงมาค่ะ
 
 
 
หัวข้อต่อไป...
 
 
อยู่ให้รอด
 
 
 
 
โอเค
คราวนี้เราก็จะมาเข้า How to กันซะที =[]=!!! #พิมพ์จนอ๊วกแตก
 
เงื่อนไขติ่งที่พูดถึงตามนี้นะคะ
1. เมนศิลปินญี่ปุ่น
2. มาประเทศญี่ปุ่น
3. ได้ทุนมา
4. ระยะเวลา 1 ปี
 
ไคโนะจะแยกเป็น 3 สายนะคะ
1. ติ่งสายที่ได้ทุนจากแหล่งทุนแบบเต็มจำนวน จ่ายค่าอยู่ค่ากัน ค่าเห้ทุกอย่างให้
→ สายนี้ไม่มีคำแนะนำค่ะ เพราะเงินหนัก อยากทำไรก็ทำ ตามติ่งได้
เงินอาจจะไม่หนักมาก แต่ก็ไม่อดตายแน่ ๆ ค่ะ
 
2. ติ่งสายที่พึ่งใบบุญบารมีพ่อแม่ (つまり มาแบบเงินตัวเอง)
→ สายนี่น่าเป็นห่วงค่ะ เพราะการมาด้วยเงินตัวเองนั้น (จริง ๆ มันก็เงินพ่อ เงินแม่อ่ะเธอ) 
เราจะได้แบบจำกัดจำเขี่ยมาก (ชั้นได้เดือนละ 2หมื่นบาท = 6หมื่นเยน แต่ชั้นใช้ 1แสน4หมื่นเยน) ← หายนะ
 
3. ติ่งสายที่พึ่งใบบุญบารมีพ่อแม่ (つまり มาแบบเงินตัวเอง) แต่พ่อแม่รวย
→ สายนี้ก็ไม่มีคำแนะนำ อยากขอเท่าไรก็ขอไปค่ะ เผลอ ๆ ได้เยอะกว่าสายที่ 1 อีก
(ถ้าที่บ้านให้เธอแบบ unlimit อานะ)
 
เราจะมาโฟกัสติ่งสายที่ 2 กันนะคะ
(ชั้นอยู่ในสายนี้)
 
สิ่งที่อยากจะแนะนำเลยก็คือ
 
1. เลือกที่จะไปเรียน
- เรื่องนี้สำคัญค่ะ ยิ่งอยู่เมืองใหญ่ โอกาสที่จะได้ดู Live มันก็เยอะ แถมประหยัดค่าเดินทางด้วย
เพราะงั้น ก่อนที่จะสมัครทุนอะไร กรุณาวิ่งไปถามทางสาขาของท่าน ว่ามีมหาลัยญี่ปุ่นที่ไหนบ้าง
ที่เซ็น MOU ร่วมไว้
 
ถ้ามีมหาลัยในโตเกียว กับโอซาก้า แนะนำให้เลือกลงก่อน
เพราะ 2 ที่นี่จัด Live กันบ่อยมาก
 
รองลงมา ให้เล็งใกล้นาโงย่า กับโยโกฮาม่า
โยโกฮาม่านี่ Live บ่อยแน่ ๆ จัดที่ Yokohama Arena
 
ส่วนนาโงย่า ก็มี Arena ของตัวเองอยู่
 
ไม่ใช่ว่า ติ่งศิลปิน แต่ดันเลือกลงโอกินาว่า อันนี้ก็สิ้นคิดไปนะคะ (หัวเราะ)
แต่ถ้าเลือกไม่ได้จริง ๆ ก็ไปเถอะค่ะ อย่างน้อยก็ยืนบนแผ่นดินเดียวกันศิลปินแล้ว
ถ้าจะตามก็มีชินกันเซน มีเครื่องบิน
ก็ถือว่าโอเคอยู่ แต่ค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นแค่นั้นเอง
 
แต่ถ้าอยากประหยัด ก็อย่างที่บอกค่ะ ไฟต์ให้ได้
- โตเกียว
- โอซาก้า
- โยโกฮาม่า
- นาโงย่า
 
แต่ถ้า ไม่ได้จริง ๆ พยายามหาจังหวัดรอบ ๆ แทนค่ะ
เช่น ไคโนะอยากลงใกล้ 1 ใน 4 ที่แนะนำข้างต้น
ก็เลือก ม.มิเอะ ที่อยู่ระหว่าง โอซาก้า กับ นาโงย่า
เวลามี Live ที่โอซาก้า ก็ไปดูได้
มี Live ที่นาโงย่า ก็ไปดูได้
ไม่ลำบากค่ะ (แต่ค่ารถไฟชั้นนี่ก็แบบ.... ม๊าาาา ถือว่าโอเคล่ะ 55555)
 
2. จงคุยกับที่บ้าน
ที่คุยนี่ไม่ใช่วิ่งไปบอกที่บ้านว่าจะไปติ่งศิลปินนะคะ
บอกแบบนั้น โดนตื๊บแน่ ๆ =.="
ที่ให้คุยคือคุยเรื่องค่าใช้จ่ายค่ะ ให้คุยกับที่บ้านให้รู้เรื่อง ว่าจะส่งให้เดือนเท่าไร
ส่งต้นเดือน กลางเดือน ปลายเดือน ยังไงว่าไป
 
แล้วก็ ถ้าจะเลวหน่อย (ใครกล้าเลวก็ทำ ใครเด็กดีก็ไม่ต้องทำค่ะ)
ให้ตีค่าครองชีพสูง ๆ สูงกว่าเดิมประมาณ 2 เท่าน่าจะโอ แต่ถ้าใครเลวมาก ตีสูงไป 3 เท่าเลยค่ะ
เพราะขึ้นชื่อว่าญี่ปุ่น ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าค่าครองชีพสูง
แต่อย่าตีไปสูงมาก เพราะที่บ้านอาจจะคิดว่ามันหนักไป สุดท้าย ไม่ให้ไป
อ้าว ซวยเลยมรุง~ง แทนที่จะได้ติ่ง กลับได้ดิ่ง (ลงเหลว)
 
หรือถ้าบ้านใครฉลาดหน่อย ค้น Google หรือทำงานเกี่ยวกับต่างประเทศอะไรบ่อย
ไม่แนะนำให้ทำแบบนี้ค่ะ เพราะพ่อแม่ระดับนี้ย่อมมีข้อมูล
และจะรู้ว่าลูกตอแหลค่ะ 555555
อาจจะโดนท่านแก้เผ็ดกลับได้
 
3. จงเป็นคนที่อยู่ง่าย
 เรื่องนี้สำคัญ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ทุกเยน รวมกันเยน ๆ ก็ซื้อตั๋วคอนได้
พยายามเลือกหอพักที่ถูก ๆ ค่าน้ำค่าไฟถูก ๆ ไม่ต้องติดหรู ให้อยู่ติดดิน
แล้วท่านจะมีเงินเก็บ
 
อย่าคิดว่าค่าหอแค่ หมื่นเยนเอง
เพราะมันยังไม่รวมค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าไฟรวมของหอค่ะ
 
เช่นหอไคโนะ ค่าหอ "แค่" 6,900 เยน
แต่พอรวมค่าบลา ๆๆๆๆ เข้าไป ตกเดือนละ 15,000 เยน (อิเห้~~!!!)
 
แล้วลองคิดดูว่า ถ้าท่านเลือกหอสะดวกสบาย ค่าหอเป็นหมื่นเยน
แล้วพอรวมค่าไฟเข้าไป มันจะตกกี่เยน! คิดดี ๆ ค่ะ คิดดี ๆ
ศิลปินรอสูบเงินเราอยู่ค่ะ (#ผิด)
 
4. จงเป็นคนที่กินง่าย

อย่าเป็นบุคคลที่ ถ้ากินข้าวหุงเองจะท้องเสีย ต้องกินข้าวจากเรนเตอรองเท่านั้น
อันนั้นกระแดะค่ะ =.="
ถ้าอยู่ญี่ปุ่น การทำกับข้าวกินเอง ถือว่าเป็นการประหยัดอันดับต้น ๆ ที่สามารถทำเองได้
ถ้าทำกับข้าวกินเอง 1 เดือน ใช้ไม่เกิน 5พันเยน เฉพาะค่าอาหาร (ยึดตามไคโนะนะ)
แต่ถ้ากินตามร้านอาหาร พันกว่าเยนนี่กินได้แค่ 1 มื้อเท่านั้น (ถ้าถูกหน่อยก็ 500 เยนup)
 
500 เยนนี่ชั้นได้เคลียไฟล์ EXILE 2 อันเลยนะเธอ #55555
 
5. จงเป็นคนที่ทำอาหารอย่างง่าย

อันนี้หมายถึงว่า ทำอาหารกินเองก็จริง แต่ถ้าแต่ละมื้อท่านทำอาหารพระราชวัง
วัตถุดิบดี ๆ ปลาแซลม่อน บลา ๆ นี่ก็ไม่ประหยัดและ 5555555
เพราะ 1 มื้อ ก็หมดเยอะเหมือนกัน
แต่ถ้านาน ๆ ทำครั้งมันก็โอเค
 
ทำง่าย ๆ แบบข้าวผัดธรรมดา ทอดข่งทอดไข่ ว่าไป
#อันนี้ฉบับอาหารง่ายจนทุเรศตัวเองและนะ =.="
 
6. จงเป็นคนที่พกปฏิทิน

อันนี้ก็สำคัญ ชั้นนี่เป็นบ่อยมากแรก ๆ อารมณ์แบบที่ไทยชั้นไม่เคยพกปฏิทินบลา ๆ แบบนี้ไง
แต่พอมานี่ ชั้นอยู่ใกล้ทั้งนาโงย่า โอซาก้า อีเว้นท์ชั้นเยอะค่ะ
อีเว้นท์ตีกันยุ่ง
ไลฟ์ชนกับกิจกรรมมหาลัยก็มี
ไลฟ์ชนกับฉลง ฉลองนั่นนี่ก็มี
เพราะงั้น แนะนำให้พกปฏิทิน และจดอีเว้นท์ลงปฏิทินค่ะ
 
7. จงเป็นคนที่ยึดมั่น

ที่ยึดมั่นนี่คือ ให้ติ่งตามที่ตัวเองติ่งมาจากไทยค่ะ
อย่ามาติ่งเพิ่มที่นี่ เพราะมันหายนะ (ชั้นเป็นมาแล้ว)
อยู่ไทยติ่งแค่เด็ก PSC (มันก็หลายวงและ)
พอมาถึงนี่ ใจไม่ยึดมั่นพอ
 
ชั้นถูกรุ่นน้องล่อลวงให้รู้จัก JE
ชั้นถูกเพื่อนล่อลวงให้รู้จัก EXILE
ชั้นถูกเพื่อนล่อลวงให้รู้จัก AKB
 
สุดท้าย ก็ไปตามชาวบ้านชาวช่องหมด
คือถ้าไปตามคนอื่นธรรมดามันก็โอ
แต่ถ้าตามแล้วเสียเงินตามชาวบ้านนี่หายนะค่ะ
 
เพราะงั้น ยึดมั่นเป็นดีที่สุด
 
8. จงเป็นคนที่หมั่นเช็คข่าวสาร

จะติ่งศิลปินอะไร พยายามเช็คข่าวสารค่ะ แบบจะมีไลฟ์วันไหน
อีเว้นท์วันไหน ไปได้มั้ย อยู่ใกล้มั้ย ไกลไปหรือเปล่า
ไม่ได้รอบนี้ โอกาสจะได้รอบหน้ามีมั้ย (ถ้าไม่มี รอบไหนก็ไปเถอะ 55555)
จะซื้อตั๋วมีโปรลดมั้ย บลา ๆ พยายามเช็คค่ะ
 
9. จงเป็นคนที่ติดโปรฯ
ชั้นหมายถึงโปรลดราคาบลา ๆ ตามร้านค้าเวลาซื้อของย่ะ 5555555
ร้านไหนมีโปรไหน ร้านไหนของถูก พยายามคิดตามค่ะ 
เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เหมือนกัน
 
เช่น เดือนนี้ยูนิโค้วลด 50% ทั้งร้าน ก็ให้รีบ ๆ ไปสอย ก่อนที่โปรจะหมดค่ะ
 
10. จงเป็นคนพอเพียงในเสื้อผ้า และเครื่องประดับ
 
 
(โนเมคได้ก็โนค่ะ #ผิด 55555)
 
ถ้าติ่งศิลปินแล้วยังติ่งแฟชั่นนี่หายนะนะคะ เพราะแค่บรรดา Goods มันก็แดกเงินไปเยอะแล้วค่ะ
เพราะงั้น เลือกเมนหลักให้ได้ซักเรื่องค่ะ แล้วอีกเรื่องให้เป็นเมนรอง
อย่ามาเมนเท่ากัน ถ้าเงินไม่หนักพอ...
 
(แต่เธอก็อย่าเมนศิลปินหนักมาก จนเสื้อผ้าเก่าจนขาดก็ยังทนใส่นะ
อันนั้นฮาร์ดคอร์ไป T.T อนาทโพด)
 
11. จงอย่าเลือกงาน

พอเงินไม่พอ หาทางออกด้วยการทำไบต์ค่ะ
ซึ่งไบต์มันก็มีมากมายหลายแบบ ตั้งแต่บริการ ยันสั่งงาน
แต่เนื่องจากมาแบบนักเรียนแลกเปลี่ยน
แน่นอนว่าภาษาคงยากพอตัว
เพราะงั้น เด็กแลกเปลี่ยนส่วนมากทำงานบริการค่ะ
ล้างจานเอย สอนภาษาเอย
ชั่วโมงละ 800~1,400 เยน ว่าไป
 
อย่าไปดูถูกงานค่ะ =.= มีงานไรก็ทำ เพราะมันก็ได้เงินเหมือนกัน
ถึงจะได้น้อย ก็ดีกว่าไม่ทำห่าไร เงินก็ยังไม่ได้
 
เช่นงานล้างจานชั่วโมงล่ะ 800 เยน
เดือนนึงรุ่นพี่ชั้นทำได้ 5หมื่นเยนก็มี
อย่ามาดูถูกงานล้างจานค่ะ!!!
 
12. จงผูกมิตร

อันนี้ก็สำคัญ เพราะว่าการไปดูคอนบางที มันข้ามจังหวัด
แล้วถ้าเดินทางไปกลับ อาจจะไม่ทัน หรือเหนื่อย
เพราะงั้นจงผูกมิตรไว้ค่ะ แล้วไปขอพัก #เลว 555555
 
มิตรที่อยากจะให้ผูก
แนะนำ 4 เมืองที่แนะนำไปข้างบน
จะช่วยเราได้เยอะมาก
 
แต่เรื่องนี้ แนะนำว่า ถ้าไม่สนิทกันจริง ๆ อย่าไปขอพักหรืออะไรเลยค่ะ
เกรงใจ (กรุณาคิดใจเค้า ใจเราค่ะ)
อีกอย่าง ถ้าผูกมิตรเพราะหวังพึ่งผลประโยชน์มันก็ทุเรศอยู่นะคะ
(ถ้าคิดว่าทนความทุเรศของตัวเองได้ ก็แนะนำค่ะ เพราะประหยัดค่าโรงแรมเยอะมาก)
 
13. จงเป็นคนที่อดทนต่อการเดินทาง

เรื่องนี้เจอเลยกับตัวเอง ตอนที่ไปตาม the GazettE ที่โยโกฮาม่า
ไคโนะเป็นคนกระแดะกับการเดินทางมากค่ะ นี่บอกเลย
ไปดูคอนกาเซต สามารถนั่งรถบัสไปได้ ราคาแค่ 4พันกว่าเยน (8 ชั่วโมง)
แต่กระแดะไง อยากนั่งชินกันเซน (1 ชั่วโมง 20 นาที) ราคาเป็นหมื่นเยน
ก็ต้องเสียเยอะค่ะ
 
เพราะงั้น ถ้าอดทนต่อการเดินทางได้ มันจะช่วยเราประหยัดได้เยอะมากค่ะ
อย่าอยากให้มาก
ชินกันเซน เครื่องบงเครื่องบินอะไรนั่นน่ะ มันสะดวก มันหรู มันเร็ว มันอะไรก็จริง
แต่ถ้าเงินเรามีจำกัด อย่าแตะของพวกนี้เลยค่ะ
ส่วนต่างอ่ะ ดูคอนได้อีกตั้งรอบนึงเชียวนะ
 
แต่ถ้าอยากลอง ก็ตามสะดวกค่ะ
 
อีกอย่าง เวลาไปมหาลัย หรือซื้อของ
ถ้าไม่จำเป็น อย่าขึ้นรถบัส เพราะสตาร์ทก็ไปแล้ว สองร้อยเยน
ไปกลับ 4ร้อยเยน (ชั้นได้ภาพช็อปอิโตะ 2 ภาพเชียวนะ)
 
ถ้าเดินไหว ให้เดิน
ถ้ามีจักรยานต์ ให้ปั่น
ถือว่าออกกำลังกายไปในตัวค่ะ
 
14. จงเป็นคนที่ซื้อของเพื่อประโยชน์ใช้สอย

อันนี้หมายถึง Goods ค่ะ
Goods เนี่ย ก่อนจะเอามาวางขาย พี่แกจะบอกราคา บอกก่อนว่ามีลิสอะไรบ้าง
เราก็ส่อง ๆ ไปค่ะ 
แล้วเข้าใจมั้ยว่า มันเป็นสินค้าศิลปินอ่ะ อะไรออกมาชั้นก็อยากได้หมด
แต่คุณต้องนึกนะคะว่า คุณไม่ได้เงินหนักพอที่จะสอย Goods แม่มทุกอย่าง
เพราะงั้น พยายามเลือก Goods ที่ใช้ได้จริง จะทำให้คุ้มค่ะ
 
เช่น ไคโนะ เจอกับตัวเอง (อีกและ)
อิด้ายแดง the GazettE ราคา 1,500 เยนเนี่ย
ไม่รู้เลยว่าสอยมาแล้วใช้ทำเห้ไร ใส่แขนก็หลุดง่าย เสี่ยงต่อการหาย
สุดท้าย ก็ปล่อยมันนอนไว้ในชั้น ยกขึ้นหิ้ง ประโยชน์เห้ไรไม่รู้
รู้แค่ว่าตอนสอยชั้นหน้ามืด 5555
 
หรือกองทาโอรุเนี่ย
 
ซื้อมาเยอะมาก แต่ก็เอากอง ๆ ไว้บนเตียง
ประโยชน์ไรวะ? แต่เวลามองมันก็มีความสุขนะ
5555
 
หรือถ้ารูปอิโตะเนี่ย
40 ใบเอามาทำไรคะ???
เก็บยัดเข้าอัลบั้มภาพ
ไม่ได้นั่งส่องทุกวันอยู่ดี
(แต่มีไว้ก็สุขใจ ← อันนี่เรียกว่าสมยอมค่ะ) XD
 
เพราะงั้น เรื่อง Goods ถ้าไม่ mind มาก แนะนำซื้ออันที่จะใช้ประโยชน์ได้ดีกว่า
แต่ถ้า mind อยากได้ไรก็ซื้อเถอะ =.=
เพราะจริง ๆ Goods มันก็ไม่ได้เหมือนกันทุกรอบอ่ะ
พลาดแล้วก็พลาดเลย
 
15. จงเป็นคนที่อยู่ติดมหาลัย หรือห้างสรรพสินค้า หรือห้องอาหารรวม ห้องอ่านหนังสือรวมของหอ
ไม่แนะนำให้อยู่ติดห้อง เพราะถ้าติดห้อง คุณก็ใช้ไฟห้อง
ยิ่งอากาศหนาว ๆ ต้องเปิดฮีทเตอร์ เสียค่าไฟห้องอีกตางหาก
เพราะงั้น แนะนำให้ไปสิงอยู่ในมหาลัยค่ะ
ค่าไฟฟรี ฮีทเตอร์ฟรี
จะนอนค่อยกลับหอ #วิธีการนี้เลวมากค่ะ
 
แต่กรณีของห้างสรรพสินค้า
ไปสิงอ่ะ สิงได้ แต่อย่าใจง่าย เจออะไรก็เดินเข้าไปดู
แล้วสอยกลับมานะคะ อันนั้นเสียหายมาก 5555555
 
แล้วก็ ถ้าไปสิงก็กรุณาเตรียมอาหาร เตรียมน้ำ เตรียมเห้ไรให้พร้อม
อย่ามีอาการแบบ หิวอ่ะ เดินไปกดน้ำอยู่ 3 รอบ
อันนั้นก็เสียตังนะ 5555555
 
แต่ถ้าสิงห้องอาหารรวม หรือห้องอ่านหนังสือรวม
อันนั้นอยากทำไรก็ทำค่ะ ฮีทเตอร์ 35 องศา อยากเปิดก็เปิดไป
เพราะค่าไฟ ก็หารรวมกับคนทั้งหอ สบายค่ะ เบากระเป๋า
(แต่ความเลวของเธอจะเพิ่มขึ้นระดับล้านแปด)
 
16. จงเป็นคนที่งานอดิเรทน้อย

ติ่งศิลปินว่าหนักแล้ว มาติ่งงานอดิเรกด้วยนี่ถือว่าเสียหาย
ไคโนะค่ะ! เจอเอง
ติ่งศิลปินไม่พอ มาติ่งส่งโปสการ์ดอีก
ส่งแรก ๆ ก็ไม่อะไรค่ะ ร้อยสองร้อยเยน ชั้นทนได้
แต่หลัง ๆ นี่ไม่และ
ส่งเป็น 20~30 ใบ
ส่งทีหมดเป็นพันเยน!!! อันนี้ก็หายนะนะคะ
ยิ่งหลัง ๆ นี่ทำโปสการ์ดเองด้วย
หนักกว่าเดิม
555555
 
แต่ถ้าทำแล้วมีความสุขก็ทำไป~
เพราะไคโนะมองว่า กลับไทยก็คงไม่ได้ทำอะไรแบบนี้และ
เพราะงั้น เสียเงินก็เสียไปเถอะ
 
17. จงเป็นคนจดค่าใช้จ่ายเป็นนิจ
อันนี้จะช่วยสะท้อนรายจ่ายเป็นเดือน ๆ ให้เราค่ะ
แนะนำให้แบ่งตารางไว้ เช่น ค่าอาหาร, ค่าเดินทาง, ค่าเล่น, ค่าอะไร บลาๆ 
มันจะช่วยบอกเราว่า เราจ่ายค่าอะไรหนักเป็นอันดับ 1
ลดลงได้มั้ย อะไรได้มั้ย
แต่อย่าทะลึ่งจดแต่ตัวเลขนะคะ
กรุณาจดด้วยว่า ตัวเลขนี้จ่ายอะไร ยังไง
จะได้วางแผนใช้จ่ายเงินได้ดีขึ้นค่ะ
 
อย่ามาอ้างว่าไม่มีโปรแกรมรายรับรายจ่ายอะไรนะคะ
เอ็กเซลมี ทำตารางเองสิ
อย่ามาตอแหละ กระแดะขี้เกียจค่ะ!
 
(แต่สำหรับชั้น จดก็จริง เห็นว่ารายรับติดลบก็จริง
แต่ชั้นก็ยังเฉย T.T)
 
18. ของมือ 2 ดี ๆ มีถมไป

ญี่ปุ่นนี่เป็นประเทศที่ของมือ 2 นี่ระดับเกรด A มาก
โดยเฉพาะร้านเสื้อผ้า ซีดี หรือแม้แต่หนังสือมือ 2 ก็โอเคค่ะ
ถือว่าประหยัดได้เยอะมาก
ราคาครึ่งของครึ่งอ่ะ
 
ของมือ 2 ประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดค่ะ
(ซื้อหนังสือมือ 1 ไม่มีทางได้ในราคา 2,180 เยนนะคะ)
 
อย่ามาบอกว่า ใส่ของมือ 2 แล้วคัน ผื่นจะขึ้น
ข้ออ้างค่ะ ข้ออ้าง~~!!!!
(แต่บางคนอาจจะเป็นจริง ๆ สำหรับเรื่องเสื้อผ้า)
 
19. จงเป็นคนที่ดูแผนที่เป็น เช็คการเดินทางอยู่ตลอด

ตามศิลปินนี่ไม่ใช่ว่าเธอจะตามแค่พื้นที่ใกล้ ๆ ป่ะ?
ยิ่งใครเป็นแฟน JE นี่จะรู้ซึ้ง
กดตั๋วไป 10 ที่ ได้นาโงย่าแบบนี้
แล้วตัวชั้นอยู่ซัปโปโร่แบบเนี่ย
จะทิ้งตั๋วก็กระไรอยู่ เพราะโอกาสจะสุ่มได้ตั๋ว JE มัน 1 ในล้าน ๆๆๆๆๆ (อิเว่อร์)
 
เพราะงั้น ต้องพึ่งแผนที่
ดูแผนที่ไม่เป็นนี่ตายเลยนะคะ
 
อีกอย่าง พยายามเช็คเช่นทางการเดินทางค่ะ
ว่าทางไหนสะดวกสุด และถูกสุด
หรือถูกสุด เป็นไปได้มากที่สุด
ว่าไป
 
แล้วก็ เวลาสินค้าใหม่ลง Shop แบบเนี่ย เช่นกรณีช็อปลุงจ้อน
มันจะมีภาพมาใหม่ใช่มะ? เราก็เช็คว่า เราจะไปนาโงย่าวันไหนบ้าง
ก็ให้ไปช็อปวันนั้น
 
ไม่ใช่ว่าวันนี้ภาพลง พรุ่งนี้ชั้นจะไปช็อปเพื่อซื้อภาพ
แล้ววันมะรืนชั้นก็จะไปดู Live Jrock ที่นาโงย่า
เอิ่ม... แบบนี้เสียเงินค่ารถไฟแบบโง่ ๆ ค่ะ
หัดรอให้เป็น
ท่องคำว่ารอให้ขึ้นใจค่ะ
ไปซื้อวันไหนมันก็ได้ภาพเหมือนกัน
 
ถ้าอยากเห็นสินค้ามาก ก็ไปตามส่องเอากับแฟนคลับคนอื่นที่โพสภาพสินค้า
เสพ ๆ ภาพไปก่อนค่ะ
พอมีโอกาส ค่อยไปสอย ไปเสพของจริง
 
20. จงเป็นคนพกบัตรเยอะ

1. บัตรส่วนลดสะสมแต้ม ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านท่าน สมัครไปค่ะ
2. บัตรโดยสายรถไฟ
→ อันนี้ก็เจอมากับตัว ตอนไปโยโกฮาม่า
มันต้องนั่งรถไฟไปรอขึ้นรถบัสกลับ
แล้วถ้าไม่พกบัตรโดยสาร ก็ต้องเสียเวลาไปกดซื้อตั๋วจากตู้
แล้วเข้าใจมั้ยว่า พอเลิกคอนเสร็จแรก ๆ คนจะล้นสถานีมาก
แฟนคลับแห่กันออกมาเงี่ย
จะมาต่อคิวเสียเวลาซื้อตั๋วมันก็ใช่เรื่อง
 
เวลาเป็นสิ่งมีค่าในประเทศญี่ปุ่นมาก
อย่ามาล้อเล่นกับเวลาประเทศนี้ค่ะ ไปช้าแค่ 1 วินาที ประตูรถไฟปิดต่อหน้าต่อตาก็มี
เพราะงั้น ซื้อบัตรโดยสารรถไฟไว้ก็ดีค่ะ ไม่เสียหาย
รีบ ๆ ก็วิ่งตอกบัตรเข้าช่องตั๋วเลย ไม่ต้องไปต่อคิว 55555
 
21. จงเป็นผู้ที่แบ่งเงิน
บ้านส่งเงินมาให้เท่าไร
ให้แยกเก็บจำนวนหนึ่ง
อย่าเอาออกมาใช้หมด
 
22. จงเป็นคนที่มีสติ

(มือขวาทับมือซ้าย
ขาขวาทับขาซ้าย
หลับตา...
ยุบหนอ...
พองหนอ....)
 
Live ไหนสมควรจะไป
Live ไหนไม่ไปก็ได้
Goods อะไรสมควรจะซื้อ
Goods อะไรไม่สมควรจะซื้อ
วงไหนที่ได้ดูแล้ว ควรจะหยุด
วงไหนที่ได้ดูแล้ว ควรจะดูอีก
วงไหนที่ไม่ได้เมนมาก ไม่จำเป็นต้องดู Live
อะไรยังไง
คิดให้ดีค่ะ
มีสติตลอดทุกการกระทำค่ะ
(แต่ชั้นก็หน้ามืดตลอดนะ 5555)
 
 
 
เอิ่มมม....
พอแล้วมั้ง
22 ข้อนี่ก็ถือว่าลากเลือดและ
บางข้อก็ฮาร์ดคอไป
ยังไงก็อ่าน ๆ แล้วพยายามปรับให้เข้ากับตัวเองนะคะ
 
สิ่งสำคัญที่อยากจะแนะนำเลยคือ "ความพอเพียงกับสติ"
อย่าตามศิลปินหนักจนด้านอื่นเสียหายค่ะ
แบบนั้นเรียกไม่มีสติค่ะ
 
ไม่ใช่เสียหายแค่เรานะ พ่อแม่คนส่งเงินเนี่ยสิ
เสียหายหนัก ไม่ได้หาเงินเอง ไม่รู้หรอกค่ะว่ากว่าจะได้เงินมามันยากขนาดไหน
(ถ้าอยากรู้ ลองทำไบต์ประเภทงานบริการ ล้างจานค่ะ)
 
เพราะงั้น จะดู Live หรือตามศิลปิน ควรมีลิตค่ะ
เช่น ตั้งเป้า ดูวงละ Live ก็พอ
พอให้ได้รู้ว่า โอเค วงนี้ดูแล้ว
หรืออะไรแบบนี้ ก็น่าจะโอค่ะ
 
สิ่งที่พิมพ์ ๆ มาหลายชั่วโมงนี้
เป็นสิ่งที่ไคโนะประสบมา
บางคนอาจจะเห็นด้วย
บางคนอาจจะเห็นต่าง
 
ถ้าเห็นด้วย ก็จะช่วยย้ำเตือนตัวเองได้
แต่ถ้าเห็นต่าง ก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะสถานกาณ์ของเราต่างกัน ^^
 
 
 
 
ขอให้มีความสุขกับการตามศิลปินที่ท่านรักค่ะ
 
 
 
 
あきらめないで〜〜〜
 
 
http://yonasu.com/akb48-official-shop-in-harajuku/