วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2558

KainO : เมื่อฉันไปสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่น รอบที่ 2 - เดินทาง



 
 
ไปสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่น รอบที่ 2 มาค่ะ
ไปกับรุ่นน้อง จริง ๆ ไม่ได้อยากจะไปสอบ เพราะกลัวทุนตัวนี้
เพราะเคยสอบตกมาก่อน
แต่รุ่นน้องแบบ ก็กล่อม
สุดท้าย
 
โอเค
สมัครไปค่ะ
 
แล้วก็อ่านหนังสือหนักเลย
 
การเดินทาง
เดินทางจากขอนแก่น 20:00 น. ถึง กทม. ถึงที่พักตอน ตี 3
ก็ไปนอนห้องเพื่อนของรุ่นน้อง
 
พอเช้า ก็กินข้าว แล้วเดินทางไปโรงเรียนที่จัดสอบ
 

KainO : เมื่อฉันไปสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่น รอบที่ 2 - ก่อนสอบ



 
พอถึงสถานที่สอบ ก็เดินไปรับใบสมัคร คุณลุงคนญี่ปุ่นก็พยายามให้กำลังใจ
พยายามพูดไทย เราก็สวัสดีไป แล้วก็รับใบสมัครของตัวเอง
จากนั้นก็ไปนั่ง แล้วก็มีกรรมการคุมสอบมาทักว่า ทำไมถึงถือกระเป๋าลากมาด้วย
ก็ตอบไปว่าเพิ่งมาถึงค่ะ
 
กรรมการก็ขอถ่ายรูป เพราะจะเอาไปโพส FB ส่วนตัว
เรากับรุ่นน้องก็ตกลง ไม่ได้ว่าอะไร
 
จากนั้นก็นั่งคุยกันซักพัก กรรมการถามว่าไปพูดเรื่องทุนรัฐบาลญี่ปุ่นที่ มข ทุกปี
เจอมั้ย เราก็เลยตอบว่า เจอค่ะ หนูเจอทุกปี
แต่ไม่ได้ทัก
ก็คุยกันถูกคอ
แต่สุดท้ายกรรมการท่านนั้นก็ขอตัว
 
จากนั้นเรากับรุ่นน้องก็นั่งอ่านคันจิ N5~N4 กันต่อ เพราะอีข้อสอบมันออกแน่ ๆ
แล้วจู่ ๆ เพื่อนที่เรียนปี 3 มาด้วยกันก็เดินมา
ต่างฝ่ายต่างก็แบบ..อ้าว... 555555555555
 
คือเรามา เราก็ไม่ได้บอกใครไง
ที่ไม่บอกเพราะว่า ถ้ามันไม่ได้ จะได้เงียบ ๆ เหยียบลงดิน ทำตัวเหมือนแบบ
กุไม่ได้ไปนะเมริง อะไรประมาณนั้น
เราก็นั่งคุยกัน สวัสดีคุณพ่อของเพื่อน
แล้วก็นั่งคุยเรื่องข้อสอบว่าจะออกอิท่าไหน
 
จากนั้นก็ถูกเรียกเข้าห้องสอบ
 
อ้อ ก่อนเข้าห้องสอบ เจอคนถือเคลียไฟล์ Hey! Say! JUMP ด้วยนะ 555555 

KainO : เมื่อฉันไปสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่น รอบที่ 2 - ในห้องสอบ



 
 
เราสอบกันที่ห้อง 4202 (ถ้าจำไม่ผิด)
การเรียงลำดับนั้น เรียงโต๊ะแบบหางงู ส่วนการจัดโต๊ะนั้น เนื่องจากว่าเป็นการจัดในโรงเรียน
ดังนั้นห้องสอบ ให้อารมณ์กลับไปสอบปลายภาคของโรงเรียนมัธยมเลยค่ะ
ในห้องเปิดพัดลม โต๊ะวางแยกเป็นตัว ๆ
 
ไคโนะนั่งตัวสุดท้ายริมหน้าต่าง เลข 006
เพื่อนนั่งติดกันขวามือไคโนะที่นั่งสุดท้ายของแถวที่ 2 นับจากหน้าต่าง 007
รุ่นน้องนั่งแถวที่ 2 ที่นั่งรองสุดท้าย นับจากหน้าต่าง เลข 008
 
สรุปคือ เด็ก มข 3 หน่อ นั่งเรียงกัน
006
007
008
 
ภายในห้องทุกคนใส่ชุดนักศึกษาหมดเลยค่ะ แม้แต่เพื่อนก็ใส่
ลองถามเพื่อน เพื่อนบอกว่ามาสอบปีที่แล้ว  ใส่ชุดไพรเวท มันดูเถื่อน ๆ
เรากับรุ่นน้องก็มองหน้ากันเลย แบบสอบทั้งห้อง 4202 มีเรากับรุ่นน้อง
2 คนที่ใส่ไพรเวท 55555
 
ก็มองไปที่ข้อสอบค่ะ นึกเกลียดมันอีกและ เกลียดมาก
จากนั้นพอได้เวลาสอบ ก็เปิดออกมา
ทุกอย่างเหมือนเดิมค่ะ
แบ่งเป็น 3 พาท 
- บีกิน
- อินเตอร์มีเดียท
- แอ๊ดว๊าน
พาทละ 100 คะแนน
 
เปิดบีกินขึ้นมา ทำอย่างเร็วเลยค่ะ เพราะทำได้ คันจิก็เก็บได้ 90%
 
พาทอินเตอร์มีเดียท ก็ยังเก็บได้อยู่ คันจิก็ประมาณ 80%
 
แต่อิพาทแอ๊ดว๊านนี่ดิ =.="
ตายตั้งแต่ข้อแรก อ่านคันจิไม่ออกเลย พาทคันจินี่ไม่ต้องมานั่งคิดค่ะ
ปล่อยว่าง 5555555
ส่วนพาทไหนเป็นช้อย ก็สุ่มเอา
 
นี่แทบจะเอาหัวทุบกับโต๊ะ
แต่ก็แบบ ทำใจ แอ๊ดว๊านทำไม่ได้ ก็หนีไปเก็บ บีกินกับอินเตอร์มีเดียทให้เต็มและกัน
 
 
มากล่าวถึงตัวข้อสอบ
ไคโนะอยากจะแนะนำว่า ใครที่คิดว่าตัวเองอยู่ระหว่างอินเตอร์มีเดียทกับแอ๊ดว๊าน
แนะนำให้ไปหัดอ่านบทอ่านของบีกินมาให้ดีค่ะ เพราะคุณชินแต่กับบทความที่
เป็นคันจิเกือบจะทั้งหมด พอคุณกลับมาอ่านบทความที่คันจิจึ๋งเดียว นอกนั้นเต็มไปด้วย
ฮิรางานะ คุณจะงงทันทีว่า ตกลงมันเป็นคำไหน แปลว่าอะไร ตัวไหนเป็นศัพท์
ตัวไหนเป็นไวยากรณ์
 
พยายามดูรายการ TV ญี่ปุ่นให้เยอะค่ะ พากษ์เสียงได้ให้พากษ์เลย
เพราะข้อสอบที่เป็นบทสนทนาแล้วให้เติมคำที่เหมาะสมนั้น มาจากรายการ TV ล้วน ๆ
ไคโนะที่เป็นบ้ากับการดู TV ญี่ปุ่น, เรดิโอ, ละคร อยู่แล้วนั้น พาทนี้สบายค่ะ
อ่าน ๆ ไปนี่มันบทเรดิโอเลย
มีข้อนึงที่เป็นบทมาจากรายการ School Kakume 
ตอนที่ยามาดะ เรียวสุเกะไปถ่ายรายการรอบที่ 2 สาย แล้วถูกคนทั้งรายการขำจน
หน้างอ ตรงนี้คือบทที่เอามาสอบเลย ประโยคนั้นเลย 「落ち込む」
 
แล้วในเรดิโอนาคาจิม่า ก็มีเยอะค่ะ
(แต่เติมคำบทสนทนานี้ ใช้ไม่ได้กับแอ๊ดว๊าน ไม่รุว่ามันไปเอามาจากไหน =.=")
 
คันจิ
เหมือนเดิมค่ะ ไปท่องคันจิมินนะโนะ ระดับบีกิน เล่ม 1~4 มา
ก็จะสามารถเก็บบีกินได้หมด อินเตอร์มีเดียท ต้องมาจากการอ่านนิตยสาร
หรือเรียนระดับกลางค่ะ (หนังสือมินนะโนะ จัดไป)
มีคำนี้ด้วยนะ 演劇(えんげき)← เรียนแล้วในมินนะโนะ เล่มกลาง เล่มที่ 2
 
ส่วนคันจิที่ออกเท่าที่จำได้
ー 演劇
ー 水
ー 予約
ー 星
ー 戦争
ー 石油
ー 責任
ー 安い
ー 批評
ー 祭
ー 村
ー 諦める ← นคจม เคยพูดไว้ในจัมป์ปาร์ตี้ครั้งที่ 1

me//กราบ นคจม แปร๊บ~~~
-------------------------------------------------------------------
 
มีทั้งกลับคันจิ เป็นฮิรางานะ
ฮิรางานะ เป็นคันจิ
 
ที่อยากจะแนะนำคือ เก็บพาท คันจิเป็นฮิรางานะให้ได้
 
ส่วนไคโนะ เขียน 「星」ไม่ออก 555555
水 ตรูยังเขียนผิดเป็น 氷 เลย =.=" 
คือบางทีมันก็ง่ายไปจนแบบ....นะ!
 
บทอ่าน
บีกิน ระวังให้ดี อ่านง่าย เข้าใจง่าย แต่ช้อยมันจะกลับ
บทอ่านสั้นมาก 4 บรรทัดได้
มีถามด้วยว่า "คนเขียนอยากจะบอกอะไร" =.=
อินี่แหละปัญหาเรา เพราะเราคิดไม่เหมือนคนอื่น ผิดตลอดกับข้อแบบนี้
 
บทอ่านของแอ๊ดว๊าน
ยาว 1 หน้าครึ่ง แล้วขีดเส้น แล้วบอกว่า คำนี้รีเฟอ ทู อะไร =.="
คนเขียนต้องการจะบอกอะไร
ข้อใดผิดจากบทอ่าน
ข้อใดถูกจากบทอ่าน
 
แล้วคันจิคือมีแต่ตัวไม่เคยเจอ 
เป็นบทอ่านด้านจิตวิทยาเหมือนเอาวิจัยมาให้อ่านยังไงยังงั้น
 
เก็บไม่ได้ก็ทิ้งมันไปค่ะ
=.="
 
แต่ยังก็ยืนยันคำเดิม
บีกินกับอินเตอร์มีเดียท พยายามเก็บให้ได้มากที่สุด
เรียนมาปี 3 TJL พาทอินเตอร์มีเดียทความรู้ถึงแล้วค่ะ
ยิ่งถ้าใครเรียนพวกอักษร, ศิลปศาสตร์, มนุษย์ แค่ปี 2 ก็น่าจะเก็บอินเตอร์มีเดียทได้ซัก 70% แล้วค่ะ
 
 
ก่อนออกจากห้อง ก็ให้เก็บใบผู้เข้าสอบไปด้วย
เพราะถ้าผ่านข้อเขียน อิใบนี้ต้องใช้
(เพื่อนบอกมา เราก็แบบ กุทิ้งไว้หนาย!!!! แทบจะพลิกห้องหา)
 
 

KainO : เมื่อฉันไปสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่น รอบที่ 2 - ประกาศผลสอบข้อเขียน


ประกาศที่นี่ค่ะ เป็นไฟล์ PDF
 


 
อย่างที่บอกในพาทที่แล้วไปว่า รหัสสอบของเด็ก มข 3 หน่อคือ
006
007
008
 
จากการประกาศผล 008 หายไปค่ะ......
 
รุ่นน้องปี 2 ไคโนะเอง
น้องคนนี้ถามไคโนะเรื่องทุนมาตั้งแต่ไคโนะอยู่ญี่ปุ่นแล้วค่ะ
เราก็บอกน้องไปว่า ถ้าเรื่องทุนมง ไม่ต้องมาคุยกับเรา เราเจ็บกับมันมาก
ไม่อยากเห็นหน้ามันอีก
 
พอมาไทย รุ่นน้องก็มาให้ช่วยแก้เรียงความให้ ช่วยติวให้ นั่งทำข้อสอบมงเก่าๆ  ด้วยกัน
รุ่นน้องก็เลยถามว่าไม่ลองสมัครเหรอ
เราก็กลัวนะ แบบ ถ้าไม่ได้อีก จะเอาหัวไปมุดไว้ไหน
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราเงียบมาตลอด ไปสอบก็ไม่บอกใคร
เพราะถ้ามันไม่ได้ ก็จะได้เงียบ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
แต่ตอนนี้ แก้แค้นกับทุนนี้ได้และ
สอบผ่านข้อเขียนและ
สัมภาษณ์ก็ตามลมแล้วล่ะค่ะ
หมดธุระกับทุนนี้แล้ว
 
ส่วนรุ่นน้อง
เราคิดว่าเราจะช่วยติวให้เองอ่ะ...............
ในเมื่อเราผ่านข้อเขียนมาได้แล้ว
ก็คงจะมีคุณสมบัติมากพอที่จะติวข้อเขียนให้คนอื่นได้แล้ว
 

KainO : เมื่อฉันไปสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่น รอบที่ 2 - ก่อนสัมภาษณ์


 
สัมภาษณ์นั้น สัมภาษณ์ที่สถานทูตญี่ปุ่นค่ะ
โดยเรามาจากขอนแก่นด้วยรถนครชัยแอร์ ถึง กทม ตอน ตี5ครึ่ง
นั่งรอ อาบน้ำ แปรงฟัน บลา ๆ
กินข้าว
 
จากนั้นก็แทกซี่จากนครชัยแอร์ ไปที่ MRT ตรง BTS หมอชิต
แล้วก็ขึ้น MRT ไปลงที่ MRT ลุมพินี (นั่งนานมาก)
ออกประตู 3
ออกมาปุ๊บ จะเจอกับป้ายนี้
 
 
เลี้ยวตามป้ายนั่นแหละค่ะ
เดินมาเรื่อย ๆ (ไกลอยู่) ก็จะเจอกับกำแพงของสถานทูต ก็เดินตรงไปอีก
แล้วก็จะเจอบอร์ดประชาสัมพันธ์ ซึ่งในบอร์ดนั่นก็จะมี ARASHI มายืน
ขอบคุณชาวไทย ที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น จนการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นเติบโตแบบฉุดไม่อยู่
555555
ในปี 2013 คือไปเที่ยวญี่ปุ่น 10ล้านคน.....
55555555555
 
จากนั้นก็ไปถามยามว่าจะเข้าประตูไหน 
โดยประตูของสถานทูตนั้น จะมี 2 ประตู คือประตูใหญ่ กับเล็ก
เวลามาสัมภาษณ์ จะเข้าประตูเล็ก (ติดกับบอร์ดที่ ARASHI ยืนขอบคุณ)
ประตูจะเปิดตอน 08:00 น.
 
พอประตูเปิด ก็เข้าไป ผ่านด่านยังกะตรูเป็นนักโทษอ่ะ 55555
แสกนร่างกาย แสกนกระเป๋า เหมือนในสนามบิน
จากนั้นก็จะมาที่อาคารสำนักข่าวสารญี่ปุ่น ซึ่งจะมี 2 ชั้น
เราสัมภาษณ์ที่ชั้น 2
 
พอถึงเวลา ก็จะมีป้ายมาติดว่าลำดับที่เท่าไร ประมาณกี่โมง
ไคโนะลำดับที่ J006 ก็จะมีคนที่ J003 ไปก่อน
แต่....
 
พี่ที่สถานทูตบอกว่า J003 เพิ่งโทรมาบอกว่า เข้ารพ อาจจะขอสละสิทธิ์
นั่นหมายความว่า ชั้นโดนคนแรก...
 
หน้าตรูตอนนั้นแบบ.... O[]o!!!!!!
แล้วบทอะไรไม่ได้ท่องล่ะค่ะ 55555555
 
 
 
 ห้องรอที่ 1 และ 2 นั้น สามารถเข้าได้ทั้ง 2 ห้อง มีประตูเชื่อมติดกันค่ะ
โดยเข้ามาที่ห้องรอที่ 1 ก่อน ในนั้นก็จะมีโปรเตอร์อาราชิยิ้มแฉ่งอีก 55555
ขอพี่ที่สถานทูต พี่แกบอก ไม่ได้ ให้ไม่ได้ 5555555
 
รอซักพัก ถูกเรียกตัวให้เข้าห้องมืด (ห้องสัมภาษณ์)
ประตูจะเข้าไปก็ 2 ชั้น หนามาก =.="
(ตามภาพค่ะ)
 
เข้าประตูชั้นที่ 1 ก่อน โดยในชั้นนี้ ตรงติดประตูจะมีกล่องให้เราวางมือถือทุกอย่างค่ะ
จากนั้นก็จะถูกพาไปที่ห้องทำใจ =.=
ตรงห้องนี้ ภายในถูกจัดแบบนี้ค่ะ
เราจะถูกสั่งให้นั่งที่โซฟาตัวที่ 2 เพราะเปิดประตูเข้ามา จะสามารถมองเห็นเราได้
ถ้านั่งโซฟาตัวที่ 1 เวลาเปิดประตูเข้ามา จะมองไม่เห็นเราค่ะ 
จะไม่รู้ว่าเราทำอะไรอยู่
 
ตรงจุดสีแดง จะมีกระดาษปิดไว้ ว่าตอนสัมภาษณ์ คุณจะต้องเล่าอะไรให้กรรมฟังบ้าง
 
รายละเอียดตามนี้ค่ะ
1. มีเวลา 3 นาที
2. แนะนำตัว
3. ไป ญป จะไปทำอะไร
4. คุณวางแผนการศึกษาของคุณยังไง (Study Plan)
5. กลับมาไทยแล้ว คุณจะทำอะไร
 
ตรงกับที่ดิชั้นเขียน Study Plan มาเด๊ะๆ!!!! คราวนี้ก็ขึ้นกับว่าคุณจะจำได้มั้ย ว่าคุณเขียนอะไรมา
 
จากนั้นก็จะมีคนของสถานทูตมาเปิดประตูห้องเรื่อย ๆ คุยกับคุณ เพราะชั้นคนแรกไง
=.=" T.T
 
แต่ว่า เปิดครั้งที่ 3 นี่มีปัญหาค่ะ
พี่ที่นำดิชั้นเข้ามา เดินเข้ามาในห้องพร้อมทั้งเอกสารของดิชั้น
บอกว่า "Study Plan ของน้องไม่มีนะคะ ตอนส่งเอกสารมา ไม่ได้แนบมาด้วยเหรอ?"
 
ตรูก็แบบ... เดี๋ยว ๆๆๆๆๆๆๆ ตอนส่งมานี่เช็คดีมากนะคะ!!!
แต่ก็หาไม่เจอไง พี่เขาก็ถามว่ามีแฟรตไดร์, หรืออีเมล์มั้ย จะปริ้นให้
เราก็บอกว่า มีใบที่หนูท่องอาค่ะ
พี่เขาก็ขอ
 
เราก็บอกว่า "มันเขียนเละมากนะคะพี่"
พี่เขาก็วิ่งเข้าไปถามกรรมการอีกห้อง
แล้วก็มาบอกเรา กรรมการจะเอาค่ะ ช่วยพาไปเอาได้มั้ยคะ จะไปถ่ายเอกสาร
ณ. วินาทีนั้นแบบ... กรรมการเอาจริงดิ เอาจริงเหรอคะ????!!!!
 
ก็ได้เดินย้อนออกมาที่ห้องรอที่ 1 
ทุกคนที่รอสัมภาษณ์ก็ตกใจแบบ อิเห้นี่ออกมาแล้ว!!!!
เพื่อนเราที่เลข 007 ก็รีบวิ่งเข้ามา เพราะคิดว่าจะคิวต่อไป
เราก็บอกว่า เดี๋ยว ๆๆ ยังไม่ได้สัมภาษณ์ เอกสารดิชั้นหาย!!!!!
 
ก็เอาตัวท่อง (ที่โคตรทุเรศ) ให้พี่เขาไป เราก็ถูกอัญเชิญไปห้องทำใจอีกรอบ
ซักพัก พี่เขาก็บอกว่า เรียบร้อยค่ะ เชิญค่ะ
(สงสัยถ่ายเอกสารเสร็จ)
 
ดิชั้นก็เดินออกมาจากห้องทำใจ
ไปเข้าห้องสัมภาษณ์ที่อยู่ติดกัน
 
 

KainO : เมื่อฉันไปสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่น รอบที่ 2 - สัมภาษณ์

 


 
หลังจากถูกเรียกตัวเข้าห้องสอบสัมภาษณ์
การจัดโต๊ะก็เป็นแบบนี้ค่ะ

 ตรงกลางกับขวามือ เป็นกรรมการผู้ชาย
ซ้ายมือเป็นกรรมการผู้หญิง
 
พอเราเข้าไป ก็ทำอะไรบางอย่างก่อน (ไม่บอก 555)
จากนั้นก็นั่งลง กรรมการที่อยู่ขวามือ ก็บอกว่า มีกระดาษแปะไว้ตรงซ้ายมือของคุณ ให้พูดตามลำดับเป็นเวลา 3 นาที
 
เราก็เข้าใจ จากนั้นก็มองหน้ากรรมการนานมาก อารมณ์ว่า เริ่มได้หรือยังคะ
แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรไง จนเราต้องถามว่า เริ่มเลยมั้ยคะ
กรรมการก็บอกว่า เริ่มเลย
 
พาทแรก แนะนำตัว
ไปได้สวยค่ะ
 
พาท 2 จะไปทำอะไรที่ญี่ปุ่น
เริ่มเข้าเรื่องว่าทำไมเราถึงเลือกหัวข้อนี้ที่จะไปทำวิจัย
ไคโนะเลือกวิจัยมังงะค่ะ (อิติ่ง) 55555
เริ่มพูดติดขัด
 
พาท 3 จะดำเนินการยังไง
ติดขัดแบบ...สาดดดดด ที่ท่องมานี่ลืมหมด!!!!
กรรมการทำหน้าแบบ "มรุงพูดไรหรอ?"
 
พาท 4 กลับไทยมา จะทำอะไร
ก็บอกไปว่า ชั้นจะไปฝึกสอน เพราะงั้น จะเอาผลงานที่ทำวิจัยที่ญี่ปุ่นนี่แหละ
ไปทดลองสอนเด็ก
(ตัดขัดจนแบบ....พอเถ้อ~~)
 
จากนั้น ก็เข้าสู่การตอบคำถาม
กรรมการผู้หญิงบอกว่า หัวข้อของเรามันกว้างมาก กว้างจนแบบ...... (ฟังไม่ออก)
แล้วในคำศัพท์ คำพูดในมังงะ มันต่างจากโลกความเป็นจริง หนูจะเอามาเทียบกันได้เหรอคะ?
เช่น "ปินโตะ โคนะ" (ถ้ากรรมการรู้จัก Johnny กรรมการจะรู้ทันทีว่าอินี่ติ่ง) เป็นมังงะ แต่ในนั้นศัพท์แปลก ๆ เยอะมากนะคะ ศัพท์เฉพาะวงการ หนูจะสอนไหวเหรอคะ?
 
หรืออะไรนี่แหละ แต่ประมาณนี้อ่ะ ฟังไม่ค่อยออก T.T
 
ดิชั้นก็บ่ตอบค่ะ เอาแต่พูดว่า "นั่นสินะคะ"
 
คำถามนี้ผ่านไปกับอากาศ
 
ต่อไป คำถามจากกรรมการผู้หญิง ถามว่า เคยไปแลกเปลี่ยนที่มิเอะแล้ว เป็นยังไงบ้างคะ?
เรา "ดีค่ะ".... แล้วก็เงียบ...
เงียบจนกรรมการถาม ดียังไงคะ
เอ๊าาาา 5555555 
เราก็ต่อไปว่า ก็ดีค่ะ แต่หนูตอนนั้นเลเวลยังไม่เก่ง เลยลำบากนิดหน่อย
แต่ตอนนี้เก่งแล้ว (เงียบนานมาก เพิ่งนึกได้ว่าชมตัวเอง เสียมารยาท) หนูเลยอยากจะลองทำวิจัยดูค่ะ
 
ต่อไป คำถามจากกรรมการฝั่งขวามือ
กรรมการ "เรียนจบจากบุรีรัมย์ใช่มั้ยครับ?"
เรา "ค่ะ"
กรรมการ "ตอนนั้นเรียนเอง"
เรา "ค่ะ"
กรรมการ "จบไป อยากจะไปสอนที่โรงเรียนเดิมมั้ยครับ"
เรา ...(เงียบ) กำลังคิดว่าจะไปสอนได้ไง รร. เราไม่มีเอกญี่ปุ่น
ก็เลยตอบไปว่า "โรงเรียนหนูไม่มีเอกญี่ปุ่นค่ะ หนูเรียนเอง เพราะงั้นถึงเข้าใจความลำบากของการเรียนมาก" ← ตอบคำละคำถามเถอะ T.T
 
คำถามจากกรรมการที่อยู่ตรงกลาง
กรรมการ "จุดประสงค์ของคุณคืออะไร?" ใช้คำว่าโมคุเฮียว
เรา "ห๊ะ? โมคุเฮียว?" ชั้นแปลไม่ออก
กรรมการ ... พูดประโยคเดิม
เรา ... เอ๋อ แปลไม่ออก
กรรมการ "โมคุเตะกิ"
เรา "อ๋อออออออ" ก็บอกไปว่า จะไปทำวิจัยมังงะ 5555555
 
กรรมการฝั่งขวามือ
"จะไปเรียนภาษาอย่างเดียว"
เรา ไม่ค่ะไม่ ดิชั้นจะไปยิงธนูญี่ปุ่นด้วยค่ะ เพราะตอนนี้ดิชั้นยิงธนูสากลอยู่ เคยยิงธนูญี่ปุ่น แล้วความแตกต่างเยอะมาก อยากจะเรียนมากกว่านี้ บางที อาจจะเอามาแนะนำที่ชมรมที่ไทยได้ด้วย
 
กรรมการฝั่งขวามือ
"ตอนนี้ได้ N3?"
เรา... ค่ะ แล้วก็กำลังจะสอบ N2 เดือน 7 นี้ด้วยค่ะ N2 สอบมา 3 ครั้งแล้วค่ะ ไม่ผ่าน
กรรมการ "ไม่ผ่าน?" (เพิ่งรู้ตัวว่าตรูจะพูดเรื่องไม่ผ่านทำไมวะ)
เรา... ค่ะ ไม่ผ่าน แต่ก็จะพยายามไปเรื่อย ๆ ค่ะ ตราบใดที่มีโอกาส
 
กรรมการ ท่านไหนนี่แหละ ลืม
"อนาคตจะเป็นครู จะเป็นยังไง"
เรา...ห๊ะ? ไม่เข้าใจคำถาม (หรือชั้นแปลผิดนี่แหละ) ก็ทำหน้าเอ๋ออีก
กรรมการ "ครูมหาลัย? ครูมัธยม"
เรา "อ๋อ ถ้าครูมหาลัยยังเป็นไม่ได้ค่ะ ต้อง ป.โท ป.เอกขึ้นไป ตอนนี้ก็ได้ครูมัธยมค่ะ"
 
กรรมการ "แล้วจะเป็นครูมัธยม?"
เรา "ก็คงจะอย่างงั้นค่ะ เพราะเรียนคณะศึกษาศาสตร์นินา" (เสียมารยาทมาก T.T) แต่ดิชั้นไม่อยากจะเป็นครูแบบธรรมดาหรอกค่ะ ดิชั้นรู้ว่าเด็กไทยติดมังงะ ติดอนิเมะญี่ปุ่นมาก ดิชั้นอยากจะให้เด็กสนุกกับสิ่งที่ตนสนใจ เรียนอย่างมีความสุข"
 
(ไวยากรณ์กากที่สุดในโลกและ กรรมการแต่ละท่านนี่ทำหน้าแบบ... มรุงจะไปติ่งใช่มั้ย?) 5555
 
จากนั้นกรรมการทั้ง 3 ท่านก็มองหน้ากัน แล้วกรรมการฝั่งขวามือก็ถามกรรมการอีก 2 ท่านว่ามีอะไรมั้ย กรรมการทั้ง 2 ท่านก็ส่ายหน้า
และเราก็ถูกอัญเชิญออกจากห้องสัมภาษณ์
 
 
จบ
ลาก่อน~~นนนน 5555
 
พอเดินออกมา เราก็ทำเสียงแบบ "เอื้อ~~~" ทุกคนที่นั่งอยู่ที่ห้องรอ 1
ก็เริ่มแบบ ยากมากเลยเหรอ
เราก็แบบ จำบทไม่ได้ 555555555
 
007 ก็เข้าต่อไป
 
 
 
ส่วนเราก็ไปคิโนะคุนิยะ
จากนั้นก็ไปดอนเมือง นั่งแอร์เอเชีย กลับมาอ่านหนังสือต่อที่ขอนแก่น
 
 
 

KainO : เมื่อฉันไปสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่น รอบที่ 2 - ประกาศผลสอบสัมภาษณ์


ตามลิ้งนี้ค่ะ → จิ้ม
 


 
เอื้อ~~~
ติดสัมภาษณ์ทุนทุกคนค่ะ
ยกเว้น J003 ที่สละสิทธิ์~~
สอบ 59 คน
เรียกสัมภาษณ์ 30 คน
ผ่านสัมภาษณ์ 29 คน
 
ตามนั้นค่ะ
ไคโนะเข้า กทม คืนนี้.... 

KainO : เมื่อฉันไปสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่น รอบที่ 2 - เข้ารับฟังรายละเอียดการยื่นมหาวิทยาลัย

 
 
  
 
หลังจากที่เราฝ่าด่านการสัมภาษณ์จนผ่านมาเรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะเป็นการฟังรายละเอียดทุนค่ะ
ซึ่งก็จะฟังที่สำนักข่าวสารญี่ปุ่น ของสถานทูตเหมือนเดิม พี่ยามที่นี่แทบจะจำหน้าชั้นได้อยู่และ 55555
เราก็แสกนร่างกาย แล้วก็เข้าไปนั่งรอ
รอบนี้ได้คุยกับเพื่อนเยอะขึ้น อะไรขึ้น ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องภาษาญี่ปุ่นกัน
ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ 
 
พอเวลา 09.00 น. โดยประมาณ ก็เข้าไปข้างในห้องประชุมค่ะ เป็นห้องที่ใหญ่พอสมควร
เก้าอี้ถูกจัดไว้แบบนี้
 
โดยเก้าอี้แต่ละตัวนั้นจะมีซองเอกสารสีน้ำตาลจากทางสถานทูตวางอยู่ค่ะ
แต่ก่อนที่เราจะไปนั่งเก้าอี้ ก็ต้องมาต่อแถวเซนชื่อกันก่อน
 
จากนั้นก็นั่งเก้าอี้กันตามสะดวก แต่เนื่องจากตามธรรมเนียมคนไทย ส่วนมากจะนั่งกันตรงกลาง
คุณสุพัตราก็เลยบอกว่า ใครนั่งแถวแรกได้ทุน
เท่านั้นแหละ เซ็นชื่อเสร็จก็เดินไปนั่งเลย (นี่ขนาดตรูไม่ได้อยากได้นะ 555555)
 
พออะไรเรียบร้อยเสร็จ ก็เข้าสู่ขั้นตอนการแนะนำรายละเอียด
โดยทุกคนก็จะยกซองเอกสารขึ้นมา
เช็คของภายใน
ซึ่งจะมีเอกสารดังนี้
1. เอกสารรายละเอียดทุน (จะมีเอกสารภาษาไทยแนบอยู่ 1 แผ่น ใบสุดท้าย)
2. เอกสารรายละเอียดทุน (จะมีกฎ มีเกณฑ์ มีบลา ๆ)
3. ใบสมัครฉบับจริง (เหมือนฉบับที่ให้โหลด 90% แต่จะไม่เหมือนตรงที่ มันเป็นกระดาษ A3 และมีสีออกม่วง ๆ กับให้เขียนอะไรยิบย่อย ดูขลังกว่า) จำนวน 2 ฉบับ
4. ใบเลือกมหาวิทยาลัย 1 ฉบับ
5. แบบฟอร์มการตรวจร่างกาย 1 ฉบับ (ตรวจละเอียดยิบมาก)
6. ซองเอกสารจากสถานทูต  3 ซอง
 
อิตรงซองนี่แหละมีปัญหา คือคนอื่นได้ซอง มีดิฉันกับนุ๊กกี้ 2 คน ที่ไม่ได้ 5555555
วร๊อททททททท
 
คือดิชั้นนี่มีปัญหาทุกขั้นตอนเลยค่ะ
ตอนสัมภาษณ์ - เรียงความหาย
ผ่านสัมภาษณ์มาฟังรายละเอียด - ซองเอกสารไม่ครบ
 
เออค่ะ คนจะได้ไป 55555555555555555555555555
 
จากนั้น คุณสุพัตราก็จะแปลเอกสารให้ฟัง ของคุณสุพัตราจะเป็นเกี่ยวกับเงื่อนไขต่าง ๆ
ซึ่งพอฟังเงื่อนไขการรับทุนแล้ว -.- น่ากลัวมากอ่ะ
โดยเฉพาะ - คุณจะต้องทำวิจัย 1 เล่ม
วร๊อททททท
 
2. การไปของคุณนั้น ไปเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น
(อันนี้ชั้นเข้าใจดีค่ะ ดิชั้นตระหนักตั้งแต่วันเกิดปีที่แล้วแล้วค่ะ หลังจากที่ได้รับข้อความจากสายการบินไทย ประจำประเทศญี่ปุ่น ) <- รู้สึกเป็นบุคคลลิมิเต็ด 5555555
 
3. ห้ามรับทุนใด ๆ ระหว่างที่รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (ตรูว่าจะไปไฟต์ JASSO ต่ออยู่)
4. หากทำผิดกฎจะถูกส่งตัวกลับ และต้องใช้ทุน
5. หากให้ข้อมูลเท็จในการสมัคร และตรวจสอบได้ในภายหลัง จะถูกส่งกลับประเทศ และต้องชดใช้ทุน
6. หากการเรียนไม่ดี จะถูกส่งตัวกลับ และต้องใช้ทุนคืน
 
บลา ๆๆๆ กรณีเกือบจะทุกกรณีคือจะต้องใช้ทุนคืน....
 
งานนี้มีจนค่ะ 555555
 
จากนั้นพี่ผู้หญิง (จำชื่อไม่ได้อ่า) ก็จะมาอธิบายถึงวิธีการกรอกใบสมัครอย่างละเอียด (ละเอียดมาก) แต่ไคโนะก็คือไคโนะ บ่ได้จดรายละเอียดใด ๆ เลยคร่าาาาาาาา (*.*)
ก็มานั่งแปลเอาทีหลัง =.=
 
แต่จากการสรุป ตามนี้
1. กรุณาใช้ปากกาดำ ตามธรรมเนียมญี่ปุ่น
2. สามารถใช้น้ำยาลบคำผิดได้ แต่ทางที่ดี ไม่ควรใช้ (ตรูใช้ไป 3 ครั้งและ)
3. ชื่อ-สกุล, ชื่อเฉพาะ กรุณาเขียนตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด
4. ชื่อผู้ปกครอง กรุณาเป็นบุคคลทีี่สามารถติดต่อได้จริง ๆ
5. อีเมล์ กรุณาใช้อีเมล์ที่ติดต่อได้จริง ๆ
6. เบอร์โทรศัพท์ มีกี่เบอร์ใส่ให้หมด
7. มีแค่ข้อ 6 เท่านั้น (พูดถึง Study Plan) ที่สามารถแนบเอกสารได้ ในกรณีที่ Study Plan คุณยาวเป็นหางว่าว แต่ข้อที่เหลือ ห้าม! (ไม่เชิงห้าม แต่กรุณานึกถึงใจคนที่จะต้องมานั่งอ่าน) พยายามทำให้กระชับ และเขียนให้อยู่ภายในช่องที่กำหนด
8. ประวัติการศึกษา ที่ถามว่า เรียน ม. ปลายมากี่ปี ใส่แค่ปี เดือนไม่ต้องใส่
9. ตรงอธิบายประวัติการศึกษา ให้ใส่ตามนี้ (ถ่ายของพี่เขามา)
10. การลงลายเซ็น ทุกลายเซ็นที่ลงจะต้องใช้ลายเซ็นตามพาสปอต
11. เขียนตัวหนังสือให้อ่านง่าย (ข้อนี้บาย~~~)
 
จากนั้นพี่เขาก็สอนการจ่าหน้าซองจดหมายถึงตัวเอง
3 ซองที่ท่านได้ไปอ่ะ กรุณาจ่าหน้าซองถึงตัวเองให้หมดทุกซอง ใช้ภาษาไทย อย่าใช้ภาษาอังกฤษเดี๋ยวไปรษณีย์ไทยสับสน (อันนี้ไม่ได้ดูถูกไปรษณีย์ไทยว่าอ่านอิ้งไม่ออก แต่ดิชั้นเจอแล้วกับตัว ส่งผิดที่) TT
ใครจ่าหน้าซองถึงตัวเองไม่ถูก กรุณาถาม Google 
 
จากนั้น ก็จะอธิบายเรื่องการเลือกมหาลัย
มุมมองของไคโนะตามนี้
1. เลือกให้เข้ากับ Study Plan ของตัวเอง
---- กล่าวคือ กรุณาไปศึกษารายละเอียดคลอสต่างชาติของแต่ละมหาวิทยาลัยว่ามีมหาวิทยาลัยไหนมั้ย ที่มีคลอสเรียนตอบโจทย์กับ Study Plan ของเราได้ เพราะถ้า Study Plan ของคุณจะไปศึกษาวิถีชีวิตไอดอล แต่เสือกเลือกมหาลัยด้านการเมืองเงี่ย 
วร๊อทททท มันเกี่ยวกับไอดอลตรงไหน????
 
2. เลือกให้เหมาะสมกับเงินทุนที่คุณได้
----ได้เดือนละ 117,000 เยน อย่าไปเลือกตระกูล Waseda, Keio, Sophia เด็ดขาด!!! เงินบ่พอค่ะ เว้นแต่ว่าทางบ้านคุณจะสนับสนุนอาค่ะ เพราะถ้าทางบ้านไม่สนับสนุน แค่ค่าหอ ยกตัวอย่าง วาเซดะ เอาที่น่าจะถูกที่สุด แต่ก็ปาไป 60,000 เยน ยังไม่รวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเนต ตีไปทั้งหมดราว ๆ 70,000 เยน
คุณจะเหลือใช้อยู่ประมาณ 40,000 เยน
แล้วคุณจะแดกอะไรใน 1 เดือน? มาม่าเหรอคะ???? 555555555
(และเราก็ตัดวาเซดะทิ้งเรียบร้อย TT ขอโทษนะ ทั้ง ๆ ที่พยายามจะเป็นเด็กวาเซดะให้ได้แล้วแท้ ๆ ทั้ง ๆ ที่พยายามมากับมงมาก เพราะคิดว่ามงให้หนัก ก็ให้หนักจริง แต่ไม่พอ~~~~ ขอโทษนะวาเซดะ แต่ไม่ต้องห่วงนะ ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราจะเทคคลอสกับวาเซดะให้ได้ รอเราก่อนนะ!!!)
 
3. เลือกให้เหมาะกับระดับภาษาญี่ปุ่นตัวเอง
----สมมติว่าบ้านดิชั้นสนับสนุนเรื่องค่าที่พัก ดิชั้นอยู่ N4 แต่เสือกมั่วข้อสอบมงผ่าน แล้วดันตอบสัมภาษณ์กรรมการได้ แล้วดิชั้นเลือก Waseda
มันจะรอดมั้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ฟังจากรุ่นพี่มา รุ่นพี่บอกว่าเรียนกันสนุกสนานมาก หัวปั่น อาจารย์กัดไม่ปล่อย
 
แล้วเงื่อนไขทุนมงมันมีข้อนึงที่บอกว่า "หากการเรียนไม่ดี จะถูกส่งตัวกลับ และต้องใช้ทุน"
เอาละเหวยยยย อย่าเสี่ยงเลยค่ะ เลือกให้มันเหมาะกับระดับภาษาของเราเถอะค่ะ
จะได้ไม่เป็นภาระของสมอง TT
(แต่ตรูก็เลือก ม. ระดับ N2 ไปและ 55555555)
 
คร่าว ๆ น่าจะมีเท่านี้
และจากนั้น ทางสถานทูตก็จะให้คัมภีย์มาเล่มนึง ทั้งหมดทั้งมวลนั้น จะบรรจุไปด้วยลิสมหาวิทยาลัยที่โคทุนกันกับมง
วาเซดะ, เคโอ, โซเฟีย มีค่ะ โฮเซ ก็มีนะคะ (ที่ที่ นคจม นางไปถ่ายซุยคิวอ่ะ <- ถ้าจำไม่ผิด)
 
คัมภีย์มันจะหน้าตางี้นะ
 
เอากลับไปเปิด จากนั้นก็เอามาคืนที่สถานทูต
โดย 1 มหาวิทยาลัยจะได้ 1 เล่ม
แล้วคิดดูว่าสมมติว่า มธ ติด 10 คน
10 คน ต่อ 1 เล่ม
555555
 
โหดไป
 
แต่คุณสุพัตราก็ให้ไปเพิ่มอีกเล่มอ่ะ
 
wwww
 
จากนั้นก็แยกย้าย
ใครอยากจะถามอะไรเพิ่มเติมก็อยู่ต่อ
 
ส่วน Study Plan สามารถแก้ไขได้ แต่อย่าออกจากแนวเดิม เพราะเราสัมภาษณ์ไปแบบไหน ก็ให้คงธีมเดิมไว้
 
ส่วนมงจะให้เลือกเรียน มี 2 คลอสคือ
1. เมนหลัก วัฒนธรรม เมนรอง ภาษา
2. เมนหลัก ภาษา เมนรอง วัฒนธรรม
 
เลือกให้ดี
เราพลาดมาแล้ว ถ้าไม่เก่งภาษา ให้เลือกเมนหลักเป็น วัฒนธรรม
เพราะถ้าเมนหลักภาษา คุณจะเรียนหนักมาก
แล้วมันแก้ทีหลังไม่ได้ 
 
เว้นแต่ไปถึงญี่ปุ่นแล้ว ค่อยไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาที่นู่นอีกที ถ้าอาจารย์ใจดี อาจจะให้เปลี่ยน
แต่ถ้าอาจารย์เข้ม ก็อาจจะเปลี่ยนไม่ได้ ตอนนั้นก็รับกรรมล่ะค่ะ
ดิชั้นกับเด็ก มธ นี่มองหน้ากันเลย เพราะเลือกเมนภาษาไป คิดว่าถ้าภาษาโง่ ให้เลือกเมนภาษา จะได้ไปพัฒนาทักษะภาษาของตัวเอง
เข้าใจผิดมหันตร์