วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557

[KainO] วันพ่อ 2014

วันพ่อปี 2014

สวัสดีค่ะ
ไคโนะค่ะ
หายหน้าหายตาไปนานหลังจากที่กลับมาไทย
อยากจะเขียนบล็อคอ่ะ แต่อารมณ์ไม่มี ช่วงนี้ไม่ได้ทำงานพิเศษอะไรเลย
เงินใช้เยอะมากค่ะ

หอตอนนี้ก็หาได้แล้ว รอแค่วันย้ายเข้า
พรุ่งนี้สอบวัดระดับ โดยสมัครไปที่ N2

จะยังไงว่ากันอีกที

วันนี้จะมาในเรื่องการทำบุญวันพ่อค่ะ
ปีนี้เป็นปีที่ทำบุญหนักมาก ก็หวังว่าการทำบุญนี้จะช่วยให้ผ่าน N2 ไปได้
เพราะตอนนี้อยากจะไปไฟต์กับ N1 จนตัวสั่นแล้ว

โปรเจคทำบุญวันพ่อปีนี้นั้น มีทั้งหมด 3 โปรเจค

1. ร่วมทำบุญโรงทานกับพี่มินามิ
→ งานนี้ตอนแรกคิดว่าจะไปได้ แต่สุดท้ายแล้วก็ไปไม่ได้ เพราะใกล้สอบวัดระดับแล้วด้วย ไหนจะเดินทางอีก ก็เลยร่วมบริจาคสมทบทุนอย่างเดียว

2. ร่วมบริจาคหนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่นให้กับโรงเรียน
→ เป็นโปรเจคของทางเว็บไซต์ JDoramanga กับ My Dear Kuma ที่ร่วมบริจาคหนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่นให้กับทางโรงเรียน ก็สั่งหนังสือไปทั้งหมด 3 เล่มกับทาง Se-Ed Book



3. บริจาคหนังสือเข้าหอสมุดมหาวิทยาลัย
→ บริจาคเล่มนี้ค่ะ

ความหมายที่บริจาคเล่มนี้ ไม่มีอะไรมาก แค่อยากจะให้ทุกคนเข้าถึงประเทศญี่ปุ่น
ถ้าเป็นเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นเลยคงไม่มีใครอยากจะหยิบมาอ่าน
งานนี้เลยต้องพึ่ง iDol No.1 ฝั่งหญิง อย่าง AKB48 ค่ะ

4. สมัครสมาชิกนิตยสาร Daco-TH ในนามหอสมุดมหาวิทยาลัย
→ เพราะต้องการเผยแพร่สิ่งที่เป็นญี่ปุ่นอย่างเต็มกำลัง งานนี้เลยสมัครสมาชิกรายปีนิตยสารญี่ปุ่นอย่าง Daco ให้กับทางหอสมุดมหาวิทยาลัย
โดยที่เราเป็นคนจ่าย และให้ทางนิตยสารส่งนิตยสารเข้าหอสมุดทุกเดือน
คิดว่าโปรเจคที่ 4 นี้จะทำไปเรื่อย ๆ ค่ะ ค่าสมัครถูกดี ปีละ 300 บาท
ไม่ได้หนักอะไรมาก


เพราะรักญี่ปุ่นมาก ก็เลยอยากจะส่งเสริมให้เต็มที่
ถ้ามีวันสำคัญยังไง จะพยายามไปเรื่อย ๆ 
จะเป็นสะพานเชื่อมไทย-ญี่ปุ่นให้ได้







วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557

[KainO] ただいま!

ただいま!
20141031
กลับประเทศแล้วนะ ไฟต์บิน TG643 เวลา 11:45 น. ณ.สนามบินนาริตะ
วันที่ 30 ตุลาคม นอนที่โรงแรมแคปซูล ล็อคที่ 31 อยู่ชั้นบน ต้องปีน ถือว่าไม่ได้เลวร้ายอะไร เป็นโรงแรมที่คิดว่าดีมากแห่งหนึ่งเลยทีเดียว พนักงานยิ้ม  ต้อนรับดี หลังจากที่ตื่นตอนหกโมงเช้า ก็รีบแต่งตัว เสื้อผ้าก็เป็นเสื้อผ้าของวันเดิม ๆ คือยังไม่ได้ซัก จากนั้นก็นั่งรถบัสฟรีจากนาริตะเทอมินอล 2 ไป เทอมินอล 1

ไปรับกระเป๋าจากยามาโตะ และไปส่งของให้พี่อิ๊กกับดิว โดยของที่ให้ดิวนั้น มีของพี่โอ๋กับมี่ด้วย
แล้วก็ไปเช็คอินผ่านอินเตอร์เนต ปรากฏว่าเช็คไม่ได้ =.= เลยสรุปสุดท้าย ก็ไปเช็คที่เค้าเตอร์เหมือนเดิม

เค้าเตอร์เจอพนักงานเป็นผู้ชาย เราก็บอกพนักงานไปว่า วันนี้เป็นวันเกิดเรา สามารถอัพเกรดที่นั่งเป็นบิวสิเนสคลาสได้มั้ย พี่ผู้ชายบอกว่าไม่ได้ … ซะงั้น 55555 แต่น้ำหนักกระเป๋าเกินมา 2 กิโล พี่เค้าก็หยวน ๆ ให้ แล้วบอกว่า นักเรียนแลกเปลี่ยนจบแล้วใช่มั้ย จะไม่ได้กลับมาอีกแล้วใช่มั้ย เราก็บอกว่าใช่ แล้วพี่เขาก็บอกว่า “อิท เตะ รัช ไช่”

เราก็ตอบกลับ “อิท เตะ คิ มัส”

ก็เดิน ๆ หาซื้อของ ว่าจะหาของกิน ไปที่ศูนย์อาหารเห็นกับข้าวแต่ละอย่างแล้วแบบ... กุไปนั่งกินกาแฟกับหนมปังก็ได้วะ ก่อนไปสอยกาแฟ ก็หาโปโปโระเดือน 12 ซึ่งจะเป็นนิตยสารเล่มสุดท้ายที่จะได้ซื้อก่อนกลับมาไทย ก็สอยมาในราคา 650 เยน =.=“
จากนั้นก็ไปกินกาแฟ แล้วอาซึสะก็ไลน์มาหาว่ารถติด อาจจะมาช้า กว่าเจ๊จะมาก็ 10:30 น. เราจะเข้าเกทตอน 11:00 น.
ก็นั่งคุยกันอยู่ 30 นาที บักคาซึนะแซวเรื่องจอนนี่ใหญ่เลย ตรูก็แบบ.... ทำไมวะ 555555 แซวเรื่องนาคาจิม่า แล้วก็บอกว่า ตอนชั้นอยู่ ม.ต้น ชั้นอยู่คลาสเดียวกับยามาดะเรียวสุเกะ … ผมนี่ยืนขึ้นเลย
แบบ… อะไรของเมริ๊งงงง
ตอนแรกตกใจ นึกว่าจะอยู่โฮริโคชิ 555

จากนั้นก็คุยเรื่องการทำงานกัน 

เราก็เลยบอกว่า ชั้นจะกลับมาญี่ปุ่นในฐานะนักศึกษา ป.โท
จากนั้นก็ได้เวลา ก็เดินไปเข้าเกท เราก็แบบ ไม่อยากจะเข้า แต่อาซึสะก็บอกว่า รุ่นพี่เรา ก็ร้องไห้ใหญ่เลย แล้วก็โดน Final Call ด้วย บักคาซึนะเลยแซวว่า จะเอาให้ถึง Final Call มั้ย 555
ไม่เอาอ่ะ =.=“ ชั้นไม่ชอบวิ่ง ชั้นวิ่งมาเยอะและ (บาปกรรม)
แล้วก็เข้าเกทไป ไปตรวจกระเป๋าสัมภาระ ทั้ง 2 ก็ยืนส่งจนเราลงใต้ดินของนาริตะ ก็มองไม่เห็นใครแล้ว

ตรงนี้ก็แบบ... ตรูก็เสือกเข้าตรวจวีซ่าผิดช่องอีกและ คือเราไปเข้าช่องของคนที่จะกลับเข้ามาญี่ปุ่นอีก กรอกอะไรเสร็จสรรพเลยนะ เข้าไป พอเห็นว่าเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่จะกลับประเทศ ก็ไล่ให้ไปที่ช่อง A ซึ่งแยกอีกต่างหาก แต่เราหาไม่เจอ ก็เข้าผิดช่องอีก
พนักงานก็เดินนำเลยรอบนี้
ก็โอเค
เข้าถูกช่อง
ช่อง A ก็ให้กรอกเอกสารว่าจะออกนอกประเทศแล้วนะ ไม่ได้กลับเข้ามาอีกแล้วนะ ชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยนจบแล้วนะ จากนั้นก็เอาเรซิเด้น การ์ดของเราไปเจาะรู แล้วก็คืนให้เรา พร้อมทั้งเปิดประตูให้เราเข้าสู่โซนดิวตี้ฟรี

เราก็เดินไปยังเกท 36
คนไทย คนอะไรที่จะขึ้น TG643 ก็ต่อคิวแสกนบอร์ดดิ้งการ์ด เพื่อเข้าเครื่อง เราก็ไปต่อแถว พอถึงคิวเรา ปรากฏว่าเครื่องดัง =.=“ ทุกคนหันพรึบ! ตรูนี่แบบ... ปัญหาตั้งแต่ต้น จนจะขึ้นเครื่องจริง ๆ 
ก็โดนแยกไปอีกฝั่ง คนก็มอง อิเห้นี่เป็นไร
ปรากฏว่า พนักงานมาเซอไพร์วันเกิด

เอ๊า!!!!! เงิบสิคะ 5555555
ได้ของขวัญเป็นลูกอม มีการ์ดฮาโลวีน ปากกา
เออดี เออดี เออดี ๆๆๆๆ 55555

ข้อความที่เขียนให้บนการ์ด

 เดี๋ยวเราจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างไทย-ญี่ปุ่นให้เองค่ะ!!!!
こっちに任せろ!!!!!


ก็เข้าเครื่อง ก็ไม่มีใครคิดว่าตรูเป็นไทยอีก =.=“ ก็เลยตามเลยไป ญี่ปุ่นก็ญี่ปุ่นวะ
ชอบนะตอนเครื่องขึ้นอ่ะ สนุกมาก ยังกะในหนัง จากนั้นก็เซิร์ฟน้ำ อาหาร ว่าไป
ตอนนั่งเรามีปัญหาด้วยล่ะ นั่งผิดที่ พนักงานมาไล่ 55555555 (ขอโทษครับ) ตัวเอง A56 เสือกไปนั่ง A57 ตรูก็อุตส่าห์ดีใจ ที่นั่งตรงกลางว่าง เอาของมาวาง ที่ไหนได้... สัส!!! นั่งผิดที่ 5555

พอเครื่องจะลง อากาศชวนอ๊วกมาก =.=“ ร้อนเหี้ย
ก็ลงเครื่อง คราวนี้แบบ ตรูขรรม ตอนมา มาอย่างเทพอ่ะ คือเดินผ่านท่อ แล้วเข้าเครื่อง แต่ตอนลง เดินลงมาที่รันเวย์เครื่องบิน นั่งรถของการบินไทย แล้วรถก็มาส่งที่สนามบิน แล้วก็เดินเข้าสนามบิน ไปยังโซนตรวจคนเข้าเมือง
กุฮา~~~
พอถึงโซนตรวจคนเข้าเมือง เราก็บอกว่า “สุขสันต์วันฮาโลวีนค่ะ” ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็บอกว่า “สุขสันต์วันเกิด” 
เออ เดินทางวันเกิดมันดีแบบนี้นี่เอง

ก็มารอกระเป๋า รู้สึกเทพขึ้นกับเรื่องพวกนี้และ ลากกระเป๋าเอง อะไรเองได้และ เดินทางรู้ช่อง รู้มุม แต่!!!
ตอนจะออก ตรูถูกแยกออกไปตรวจกระเป๋าต่างหาก!!! นี่คืองงมาก ถูกแสกนกระเป๋า 2 รอบกว่าจะผ่าน....
กราบค่ะ 555555 เป็นวันเกิดปีที่ 22 ที่ดีจริง ๆ นะ

จากนั้นก็วนในสนามบิน หาที่ถอนเงิน สุดท้ายก็ถอนเงินได้อ่ะ แล้วก็ไปทำเรื่องของ Sim ใหม่จาก Dtac ที่ชั้น 1 (มั้ง) ก็เสียไป 20กว่าบาท แต่ตรูเสือกมีแต่แบงค์พัน สัส!!!!
ก็จ่ายทั้งอย่างนั้นแหละ
จากนั้นว่าจะไปแลกตัง พอไปถามเท่านั้นแหละ
หมื่นเยน ได้ 2,700 บาท กุทรุด....... งั้นรอมันดีด 30 ก่อนแล้วกัน =.=“

แล้วก็โทรศัพท์กลับหาที่บ้าน แต่เนื่องจากเงินไทยไม่มี ตรูก็เลยใช้บัตรเดบิต ปรากฏว่า มันคิดไป 200 บาท ซึ่งตรูแบบ... วร๊อททททท!!!!!!!!
=.=“ พรุ่งนี้ต้องไปหาซื้อมือถือถูก ๆ และ 
ตอนคุยโทรศัพท์กับที่บ้าน ก็อารมณ์เดิมแหละค่ะ จะฆ่ากันอยู่แล้ว จนตรูแบบ ขอกลับญี่ปุ่นได้มั้ย T.T โหลดตรูเข้าท้องเครื่องก็ได้ค่ะ งืดดดดดดดด

จากนั้นก็เดินวนเวียนเพื่อที่จะหาทางฝากเงินเข้าแบงค์กสิกรไทย เพราะมันเชื่อมกับเครดิตออนไลน์ ตรูก็ฝากเงินได้นะ อะไรได้นะ จะทำการจองโรงแรม ก็คีย์รหัสหน้าบัตรเดบิตลงไป ปรากฏว่า มันบอกว่าตัดเงินไม่ได้ งวย =.=“
ก็เลยจะเอาเครดิตออนไลน์มาใช้ ปรากฏว่า...เนตฟรีประเทศไทย...

 

โอ๊ยยยสู~~~ ชั้นอยากสิไห่มาก!!!! คือเนตฟรีนาริตะว่าล่ม ๆ มาเจอเนตประเทศไทยนี่เนตฟรีนาริตะเทพไปเลยอ่ะ
ชั้นแบบ...เนตฟรีนาริตะไม่ต้องลงทะเบียนเห้ไรทั้งนั้น แต่ดูเนตฟรีพี่ไทย....
เก็บเงินเถอะค่ะ ถ้าจะยุ่งขนาดนี้...

ด้วยความที่มันทำเห้ไรไม่ได้ แล้วก็อยากอาบน้ำมาก ก็เลยแบบ... เอาวะ =.=“ เรื่องจองไว้ว่าอีกทีแล้วกัน ก็ไปต่อแทกซี่ แล้วก็เจอกับขบวนแถวที่ยาวมาก T.T ดิชั้นอยากสิไห่มาก
แต่ก็ต้องทน แต่แทกซี่ตรงนี้ดีคือ ควบคุมราคา

คือไปที่เค้าเตอร์ แล้วบอกพนักงานเค้าเตอร์ว่าเราจะไปไหน จากนั้นพนักงานเค้าเตอร์จะเขียนราคาไว้ให้เรา ให้เราจ่ายตามราคาที่เขาเขียน ถ้าคนขับรถเรียกติ๊บ ให้ไม่เกิน 50 บาท หรือมากกว่านั้นก็ได้ ถ้าคุณเต็มใจ
(ในกระดาษนั้น เขียนให้หมดว่า ถ้าคนขับเบี้ยว หรืออะไรก็ตาม โทรหมายเลขนี้ได้เลย)
ถือว่านี่เป็นสิ่งเดียวที่เรามาถึงไทย แล้วรู้สึกว่า เออ พัฒนาวะ

เราก็ได้แทกซี่ดีนะ คุยสนุกดี
คุยยันโรงแรม...

พอมาถึงโรงแรม ก็เช็คอินเช็คอะไร เออ รู้สึกว่าเช็คอินเร็วขึ้น
แต่หน้าตาพนักงานนี่แบบ...
สู~ T.T
ตรูชินกับชีวิตที่พนักงานเต็มใจทำงานที่ญี่ปุ่นแหม๋
มันบ่แม่นแบบนี้ T.T

ก็ขึ้นมาห้อง ปรากฏว่าพี่ยกกระเป๋าโรงแรม แย่งกันยกกระเป๋าเรา =.=“ (นี่รู้ว่าจะได้ติ๊บสินะ) แต่ก็จัดไปแหละ ไม่รู้ว่าเป็นธรรมเนียมหรือเปล่า T.T
พอเข้ามาในห้อง ก็ลองความรวย สั่งอาหารโรงแรมมากิน ราคาถูก 180 บาท กัดคำแรก.... (ตรูหนีไปกินของพี่มิที่กิฟุดีกว่า T.T) คือมันเลี่ยนมาก T.T แต่ก็กินจนหมดอานะ

แกะน้ำโรงแรมกันด้วย ข้างนอก 7 บาท ของโรงแรม 25 บาท…
ชีวิต
55555555

ก็ไม่อิ่ม =.= ก็ลงไปซุปเปอร์ข้างล่างอยู่ดี
เราก็ประสบกับปัญหาคือ กุข้ามถนนไม่ได้ สัส!!!! อยู่ญี่ปุ่นมันจะมีไฟสัญญาณไง ไม่งั้นก็ รถจะหยุดให้เรา แต่อยู่นี่ ชนกุเลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ =.=“

พอเข้าซุปเปอร์ ชั้นก็แบบ... ทำไมเป็นแบบเน่!!!
พนักงานกระแทกของใส่หน้าเราตอนคิดเงิน กระแทกแบบ... พี่คะ หนูซื้อนะ T.T หนูไม่ได้ขอ
งืดดดดดดดด

บ่นเสร็จ
กลับโรงแรม....
นั่งดูเงิน....

วันเดียวใช้เงินแบบ...
เอานา.....

ทะ ได มะ….

เก็บตก
ตอนเจ๊อาซึสะเดินมา เจ๊เห็นถุงวางอยู่ เจ๊เลยถามว่า อะไรเหรอ เราเลยบอกว่านิตยสาร บักคาซึนะบอก จอนนี่ใช่มั้ย เราก็แบบ มรุงรู้ได้ไง บักคาซึนะบอกว่า ของตายอยู่แล้ว นี่ต้องนาคาจิมะอีกใช่มั้ย
กุ…. (ผมนี่แดกจุดเลยครับ)
เราว่านางส่องทวิตเราแน่ ๆ

จากนั้นตอนจะไปเกท เราก็ลุก ๆๆๆ เจ๊อาซึสะก็บอกว่าอย่าลืมนิตยสาร
บักคาซึนะบอกว่า ถ้าลืมนิตยสาร จะถูกจอนนี่ซังโกรธเอานะ
กุ…. (ผมนี่แดกจุดเลยครับ)

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Mie University : ห้องสมุด, โรงอาหาร, Mini Stop, ไปรษณีย์, VISA ต่างประเทศ

คราวนี้มีเรื่องที่จะเริ่มลึกลงไปบ้าง

(ตึกขวามือ)
・ห้องสมุด
ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยมิเอะนั้น จะอยู่ใกล้ ๆ กับโรงอาหารหลัก และสหกรณ์ค่ะ หาไม่ยาก เพราะทั้งตึกของห้องสมุดจะเขียนว่า Library ....
เป็นตึกที่ชั้น 2 จะมีสกายวอร์คเชื่อมกับตึกข้าง ๆ สามารถเดินทะลุกันได้


เวลาการเปิดปิดห้องสมุดนั้น ตามนี้
จันทร์ - ศุกร์ : 08:45 ~ 21:45
เสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุด : 09:00 ~ 18:30

ระหว่างปิดภาคเรียน
จันทร์ - ศุกร์ : 08:45 ~ 17:00




(ชั้น 1)







สำหรับชั้น 1 จะเป็นชั้นที่เสียงดังที่สุด โวยวายได้ อะไรได้ 
ถึงจะเป็นโซนที่ห้ามใช้มือถือ หรืออะไรก็ตาม แต่ก็จะมีห้องกระจกที่ภายในห้องนั้นสามารถใช้มือถือได้

ตรงชั้นนี้จะมีโซนคอมพิวเตอร์ ไว้ให้เด็ก ๆ มานั่งทำรายงาน แต่เนื่องจากเป็นเด็กแลกเปลี่ยน และภาษาหลักของคอมพิวเตอร์ ก็ไม่ใช่ภาษาหลักของเราอยู่แล้ว แนะนำให้ยกคอมมาเล่นเองดีกว่า มีปลั๊กไฟเรียบร้อย

การยืมหนังสือจะอยู่ที่ชั้นนี้ นอกจากนั้นยังมีกระดานไว้ให้เขียนเวลาที่มาติวหนังสือด้วย ในช่วงสอบ คนจะแน่นมาก 

ห้องน้ำของชั้น 1 จะมีทั้งแบบอัตโนมัติ และส้วมซึม แต่ห้องน้ำสะอาดค่ะ สะอาดมากจนลงไปนอนได้อ่ะ






(ชั้น 2)





ชั้น 2
โซนนี้จะเริ่มเงียบแล้วค่ะ มีโต๊ะให้อ่านหนังสือ และมีโซนคอมพิวเตอร์ด้วย ที่โซนนี้จะเป็นหนังสือที่เอาไว้อ้างอิง มีนิยายด้วย คล้าย ๆ กับเป็นโซนหนังสือโดยเฉพาะ

เวลาที่เราค้นเลขเรียกหนังสือเราก็จะวิ่งมาหาหนังสือที่ชั้นนี้แหละค่ะ

ที่โซนนี้จะมีห้องแยกต่างหาก เอาไว้กินข้าว เล่นมือถือ เสียงดัง ว่าไป นอกจากนั้นก็ยังมีห้องไว้ติวกันแบบส่วนตัวด้วย

อีกอย่าง ที่ชั้น 2 นี้ จะมีทางเชื่อมไปตึก ME IPL (เรียกว่าตึกเมเบิ้ล)


(ชั้น 3)



















ชั้นที่ 3
ชั้นนี้เหมือนชั้นแห่งความลับมาก ที่อ่านหนังสือเยอะ ตั้งเรียงกันเลย คนก็เต็มนะ แต่เงียบกริบ =.=" แถมห้ามชาร์ตมือถือ, โน๊ตบุค อื่น ๆ ด้วย

ซึ่งตอนแรกที่มาก็ไม่รู้เรื่อง ก็ชาร์ตแม่ม คนญี่ปุ่นก็มอง แต่เขาไม่เตือนนะ เดินออกมาถึงเห็นป้าย

เราก็แบบ......... 5555555









การเข้าใช้บริการห้องสมุด
จำเป็นที่จะต้องมีบัตรนักศึกษา (นักเรียนต่างชาติก็จะได้) รูปแบบบัตรจะตามนี้


เดินไปด้านหน้า ผ่านประตูอัตโนมัติ 2 ชั้น แล้วก็แปะบัตรกับเครื่องแสกนบาร์โค๊ด
เดี๋ยวที่กั้นก็จะเปิดเองค่ะ จากนั้นก็เข้าไป (สร้างภาพ) อ่านหนังสือ, หรือจะนอนเล่น อะไรก็ได้ ตามสะดวก
55555
ส่วนเวลาออกก็ไม่ยาก เพียงแค่เดินกลับไปที่ทางเข้า แล้วก็ไปยืนอยู่จุดใกล้ ๆ กับเค้าเตอร์ของห้องสมุด (มันจะมีรูปรอยเท้าอยู่) ก็ไปยืนบริเวณนั้น แล้วประตูที่กั้น จะเปิดให้เราเอง




การยืมหนังสือ
สามารถยืมจากเครื่องอัตโนมัติ หรือยืมกับเค้าเตอร์ก็ได้
(ไปถามรายละเอียดเอา)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------






・โรงอาหาร
ที่มหาวิทยาลัยมิเอะนั้น จะมีโรงอาหารทั้งหมด 2 แห่ง โดยแห่งแรกจะอยู่บริเวณห้องสมุด สหกรณ์ และร้านหนังสือของมหาวิทยาลัย เรียกได้ว่าเป็นโรงอาหารหลัก
ร้านขายอาหารจะอยู่ที่ชั้น 1
ที่นั่งจะมีทั้งชั้น 1 และชั้นที่ 2
แต่ถึงจะมี 2 ชั้น คนก็ยังล้นค่ะ




โรงอาหารที่นี่จะเปิดเช้ามาก โดยอาหารเช้านั้น จะอยู่ที่ราคา 360 เยน มีกับข้าวให้เลือก ส่วนข้าวนั้น
สามารถตักได้ตามต้องการ แถมยังมีสลัดบาร์ให้ด้วย

ส่วนตอนเที่ยงจะมีให้เลือกเยอะกว่า มีราเม็งด้วย ตามสะดวกค่ะ
ตอนเย็นก็อาหารน้อยลงมานิด
การชำระเงินนั้นจะมีเค้าเตอร์อยู่ 3 เค้าเตอร์ โดยสามารถชำระได้ทั้งแบบเงินสด และแบบการ์ด
การ์ดนั้นจะเป็นการ์ดนักศึกษา ที่เติมเงินเข้าไปข้างใน
ถ้าใช้วิธีการ์ดจะสะดวกกว่าค่ะ เร็วด้วย ตังทอนอะไรไม่ต้อง เพราะช่วงเวลาตอนเที่ยงนั้น ต้องอาศัยความรวดเร็ว
มีน้ำเปล่า และน้ำชาบริการ
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว ก็ต้องเอาถาดไปเก็บ แยกช้อน กับแยกตะเกียบให้เรียบร้อยค่ะ




ที่ด้านข้างของโรงอาหารหลัก จะเป็นสหรกรณ์และร้านหนังสือ
ซึ่งสหกรณ์นั้นขายทุกอย่าง เบเกอร์รี่ก็มี (เย็น ๆ จะลดราคา) ขนมเอย, อาหารกล่องเลย โดยที่สหกรณ์จะมีอาหารเที่ยงแยกขายจากโรงอาหารอยู่ด้วยค่ะ ตอนเที่ยง ๆ จะเห็นพนักงานเอาโต๊ะเอาอะไรมากาง จากนั้นก็จะวางอาหารกล่อง กรณีนี้ บอกเลยว่ารวดเร็วมาก อีกอย่าง
ในแต่ละเดือน ก็มีตารางอาหารบอกว่า เดือนนี้จะมีอาหารอะไรบ้าง (ตามภาพ)
ตารางรายการอาหารของแต่ละวันก็จะเป็นอย่างที่เห็นด้านบนเลยค่ะ มีราคา มีอะไรพร้อม เรียบร้อย เราก็สามารถไปหยิบมาได้จากสหกรณ์ค่ะ แล้วก็ดูว่าวันไหนมีอะไร อยากจะกินอะไร
การทำแบบนี้ของสหกรณ์จะช่วยลดความแออัดของโรงอาหารค่ะ

ข้าง ๆ สหกรณ์ก็จะเห็นร้านหนังสือ มีทางเชื่อมติดกัน เดินไปเดินมาหากันได้
ตรงนี้ก็จะมีนิยาย, นิตยสาร, หนังสือเรียน และอุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ เยอะแยะมากมายค่ะ
มี Goods มหาวิทยาลัยขายด้วย แต่แพงนิดนึง นี่ไคโนะออกจากมหาวิทยาลัยมา ลืมซื้อผ้าขนหนูมหาวิทยาลัยมาด้วย =.="

อีกอย่าง ที่ร้านหนังสือนี้ สามารถซื้อทัวร์ท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศได้
สามารถซื้อตั๋วเครื่องบิน ทั้งในและนอกประเทศได้
สามารถสั่งจอง iPad ทั้ง Mini และ Air ได้ ในราคานักศึกษา (คือไม่รู้ว่าราคาที่ปิดไว้นั้นมันราคานักศึกษาหรือเปล่า)
สามารถจองหนังสือได้
สามารถขอใบแสดงสถานะนักศึกษา เพื่อที่จะเอาไปลดค่าตั๋วชินกันเซนได้ (โปรดสอบถามรายละเอียดที่ร้านหนังสือ)

และเนื่องจากมหาวิทยาลัยมิเอะเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนเยอะ ทำให้มีหนังสือเกี่ยวกับการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นหลายเล่ม หลายสำนักพิมพ์มาก ไม่ใช่แค่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น ภาษาอื่น ๆ ก็มี
สะดวกดีค่ะ
สามารถใช้การ์ดนักศึกษาจ่ายเงินได้ด้วย แต่ไม่สามารถใช้บัตร VISA จ่ายเงินได้

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------












มากันที่ Mini Stop
นี่ก็เป็นร้านสะดวกซื้อภายในมหาวิทยาลัยค่ะ เปิด 07:00~22:00 น.
มี ATM ของ AEON ข้างใน... ถอน-โอน-เช็คยอดเงิน แต่ไม่สามารถฝากได้ และไม่สามารถกดต่างประเทศได้

ที่นี่มีตู้ Loppi ที่เอาไว้จ่ายพวกค่าคอน, ค่ารถบัส สะดวกดีค่ะ
นอกจากนั้นยังมีโต๊ะให้นั่ง มีทั้งแบบกลุ่ม และแบบบาร์ เลือกได้ตามสะดวก มีปลั๊กด้วยนะ สามารถซื้อน้ำ 1 ขวดราคาถูกสุด
แล้วนั่งแชร์แอร์ เล่นเนตมหาวิทยาลัยเร็ว ๆ ทั้งวันเลยก็ได้ 5555555555

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




เป็นทั้งไปรษณีย์และธนาคารอยู่ในที่เดียวกัน ซึ่งของมหาวิทยาลัยมิเอะนั้นไปรษณีย์จะอยู่ที่ตึกของโรงพยาบาลมิเอะ ตรงข้ามกับหอพักหญิงล้วน งานตรงนี้ก็เหมือนกับไปรษณีย์ทั่วไป คือฝาก และส่งจดหมาย แต่จะมีธนาคารของไปรษณีย์พ่วงเข้ามาด้วย จะกลายเป็นว่า ที่ตรงนี้ สามารถโอนเงิน ฝากเงิน ทำธุรกรรมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเงินได้ด้วย

หรือแม้แต่การสมัครสมาชิกแฟนคลับ Johnny ก็ยังต้องพึ่งบริการของไปรษณีย์

ที่นี่จะมีตู้ ATM 2 ตู้ ซึ่งตู้ ATM ของไปรษณีย์นั้น สามารถกดต่างประเทศได้
แต่ตู้ของไปรษณีย์ที่สลิปจะไม่มีบอกเงินคงเหลือ แต่ถ้าเป็นตู้ ATM ของ 7-11 ตรงสลิปจะบอกเงินคงเหลือด้วยค่ะ

แต่อย่างน้อยก็สะดวกล่ะนะ

อ้อ ลืม ที่นี่มี Goods ไปรษณีย์, โปสการ์ดประจำจังหวัดมิเอะ และโปสการ์ดเทศกาลต่าง ๆ ขายด้วย
ครบสูตรค่ะไปรษณีย์ที่นี่

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เอนทรี่หน้าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรนั้น รอติดตามนะครับ



[iReview] คา~รา~อา~เกะ

ลูกชาย (มั้ง) เจ้าของร้านหล่อมาก!!!

สวัสดีค่ะ!!
ไคโนะค่ะ!!!
ไคโนะที่ย้ายออกจากหอ (เพื่อน) ที่มหาวิทยาลัยมิเอะแล้วค่ะ!!!
จากนี้จะหนีไปสิงสถิตที่กิฟุเป็นระยะเวลา 2 วัน, สถิตที่โทชิงิ 3~4 วัน
สถิตที่โตเกียว 1~2 วัน, สถิตที่โยโกฮาม่า 1 วัน
บลา ๆๆๆ #ชีวิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้จะมารีวิล ไก่คาราอาเกะที่อยู่ข้างโรงพยาบาลมิเอะค่ะ
พอดีอยู่มาปีกว่า ไม่รู้จักร้านนี้เลย (อยู่ใกล้แค่นี้) เคยได้ยินแค่ชื่อ แต่แบบไปกินจริง ๆ ยังไม่เคย จนมาเดือนนี้ เพื่อนลากไปกิน

ภายในร้านจะมีที่นั่งทั้งแบบเดี่ยว และแบบกลุ่ม แบบเดี่ยวดูจะอารมณ์ราเมงมาก คือนั่งกินตรงที่เชฟทำอาหารอ่ะ เป็นรูปแบบบาร์
ส่วนแบบกลุ่ม ก็จะแยกเป็นโต๊ะ ๆ ไป นั่งในห้องเสื่อตาตามิ 

รายการอาหาร จะเป็นกระดาษ 1 แผ่น พิมพ์สีอย่างดี หน้า-หลัง จากนั้นก็เคลือบแข็ง เสียบไว้ที่ด้านหน้าเรา
พอจะสั่ง ก็หยิบมาดูเมนูพอเป็นพิธี จริง ๆ ก็อ่านไม่ออกหรอกค่ะ แถมภาพแต่ละเมนูไม่มีด้วย
ชี้เอาอย่างเดียว 555555
ก็มีรายการอาหารเยอะนะ ก็ไก่คาราอาเกะทั้งนั้นแหละ และเราก็สั่งเมนูนี้มา
มันเป็น เซต B อ่ะ (เรียกไรไม่รู้ล่ะค่ะ ชั้นอ่านไม่ออก)

คือมันเป็นเมนูเซต B ที่สั่งด้วยความหน้าตายว่า "ไม่เอาผักนะคะ" และมันก็มาสถาพนี้แบบไม่มีผักค่ะ ถ้าเราสั่งแบบมีผัก จะมีกะหล่ำปลีหั่นฝอย รองไว้ด้านล่างของไก่คาราอาเกะทั้ง 3 (วันนี้เพิ่งไปกินแบบนี้ผักมา =.=")

เซตนี้ก็จะประกอบไปด้วย
1. ข้าว 1 ถ้วย (เห็นน้อย ๆ มันไม่น้อยนะ กินจนพุงกาง)
2. ซุม 1 ถ้วย (อร่อยดี)
3. ไก่คาราอาเกะ 3 ชิ้น
4. เครื่องเคียง บลา ๆ โรยหน้าไก่คาราอาเกะ
5. กะหล่ำปลี

ก็อย่างที่บอกข้างบน เห็นมีไก่ทั้งหมด 3 ชิ้น ไม่มีส่วนต่างอะไรนะคะ ต่างกันแค่ท๊อปปิ้งด้านบนของไก่ทั้ง 3

ซ้ายมือ - เนงิ
กลาง - สลัด (อะไรซักอย่าง)
ขวา - หัวไชเท้าบดราดด้วยซอส

ถามว่าอร่อยมั้ย นี่บอกเลยว่าอร่อยมาก แต่สำหรับคนไทย อาจจะจืดอะไรก็ว่าไป ไคโนะมีวิธีแนะนำค่ะ
ทำแบบนี้เลย

 

พริกโรยข้าวแมร่งเลย 555555555 พอโรยไปแบบนี้ก็ค่อยมีรสชาติขึ้นมาหน่อย =.="
จริง ๆ เวลาทำแบบนี้ให้มองคนข้าง ๆ ด้วยนะ เพราะส่วนมาก ถ้าเราทำแบบนี้ คนญี่ปุ่นจะมองหน้าแบบ
มรึงทำไรวะ 55555

ส่วนเนมการ์ดของร้านนะคะ



ถ้ามามิเอะแล้ว ยังไงก็ลองไปกินเนอะ
ร้านนี้อร่อยจริง ๆ ลงหนังสือพิมพ์ด้วยนะ มีรายการมาถ่ายอะไรแบบนี้ด้วย
(วันนี้เห็นคนในร้านพูดกันว่าจะมีรายการมาถ่ายอีก 1 อาทิตย์ข้างหน้า) ← ชั้นอาจจะแปลผิดก็ได้ =.="

อยู่ข้าง ๆ โรงพยาบาลมิเอะ
หาง่าย~~~




ปล. ลูกชายเจ้าของร้าน (น่าจะลูกชายนะ) หล่อมากค่ะ
พระเจ้า ชั้นนั่งกินไป ชั้นก็แบบ... ส่องลูกชายเจ้าของร้านไป~~
อร่อย~ #เดี๋ยว
555555

วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Mie University : แนะนำมหาวิทยาลัย, การเดินทาง

สวัสดีค่ะ!!!!
พบกับไคโนะอีกแล้ว!!!
ช่วงนี้จะต้องรีบเขียนบล็อค เพราะเดี๋ยวจะย้ายที่อยู่อีก แล้วก็อีเว้นท์ตอนนี้เยอะมาก
แต่ก็มีบางอีเว้นท์ที่ทำให้เสียความรู้สึกอยู่ =.="

เอาเถอะ

มาวันนี้นะ จะมาแนะนำมหาวิทยาลัยที่ช่วยทำให้ฝันไคโนะเป็นจริงล่ะ
นั่นก็คือมหาวิทยาลัย "มิเอะ" ประจำจังหวัดมิเอะค่ะ

:: ขอบคุณที่รับติ่งคนนี้เข้ามาเรียน ฮร๊าาาาา





มหาวิทยาลัยมิเอะ เป็นมหาวิทยาลัยประจำจังหวัดมิเอะเลย อยู่ภาคคันไซ ด้านหลังมหาวิทยาลัยติดกับทะเล ว่าง ๆ เวลาไม่มีอะไรทำ ก็สามารถไปนั่งรับลม (เกลือ) ที่ทะเลได้ค่ะ ถือเบียร์ไปด้วยจะได้อารมณ์มาก

โดยมหาวิทยาลัยมิเอะนั้น มีอาจารย์ Atsumasa Uchida ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัย
สามารถพบอาจารย์ได้ง่ายตามงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยค่ะ เป็นอาจารย์ใจดี ยิ่งถ้าเป็นนักศึกษาต่างชาติแล้ว สามารถขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้ด้วยค่ะ ^^
(นี่เคยถ่ายแล้ว 2 รอบ)

มหาวิทยาลัยมิเอะ เป็นมหาวิทยาลัยขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ตึกเยอะใช้ได้เลย
ถ้าเดินเท้าครึ่งวันก็สามารถเดินรอบมหาวิทยาลัยได้แล้วค่ะ
(ดูแผนที่ภายในมหาวิทยาลัยได้ตามลิ้งด้านล่างค่ะ)


(จิ้ม! ← เพื่อลิ้งไปที่ PDF)

จากภาพแผนที่ของมหาวิทยาลัย จะเห็นได้ว่ามีตึกเยอะมาก ซึ่งมหาวิทยาลัยมิเอะนั้น ได้แบ่งกลุ่มการศึกษาออกเป็นทั้งหมด 3 กลุ่มใหญ่ อันได้แค่
1. กลุ่มปริญญาตรี (5 คณะ)
2. กลุ่มบัณฑิตวิทยาลัย (6 บัณฑิตวิทยาลัย)
3. กลุ่มเกี่ยวกับงานวิจัยและการศึกษา (8 ศูนย์งานวิจัยและการศึกษา)

สามารถดูได้ตามแผนผังของมหาวิทยาลัยได้เลยค่ะ
(จิ้ม ← เพื่อดูแบบ PDF)


(เดี๋ยวเรื่องห้องสมุด, โรงอาหาร, สหกรณ์, โรงพยาบาล ฯลฯ จะเขียนแยกอีกที)

โอเค! จบเรื่องการแนะนำมหาวิทยาลัยแบบคร่าว ๆ
คราวนี้จะมาดูกันว่า ถ้ามาเลือกแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยมิเอะแล้วนั้น ท่านจะสามารถไปที่ไหนได้บ้าง หรือวิธีที่จะมามหาวิทยาลัยมิเอะนั้น มีกี่วิธี





จากภาพที่เห็น ฝั่งคันไซเลย แต่ก็ไกลจากโอซาก้าอยู่นะ แต่ไม่ต้องห่วง เรื่องการเดินทางนั้น สามารถลงเครื่องที่สนามบินนาโงย่าได้ (ชุบุ เซนแทร์) จากนั้น การมาที่มหาวิทยาลัยมิเอะ จะมีทั้งหมด 2 วิธีที่สะดวกคือ
1. ทางเรือ แล้วมาต่อแทกซี่
2. ทางรถไฟ จากนาโงย่า แล้วเดินเอา

ซึ่งส่วนมากแล้ว คนที่มามหาวิทยาลัยมิเอะ นิยมนั่งเรือมากกว่า (High Speed Boat) เพราะนอกจากจะประหยัดเวลาแล้ว ยังถือว่าได้ทำอะไรแปลก ๆ (ที่ไทยก็มีรถไฟ งั้นนั่งเรือ เริส~~~ แต่ถ้าใครเมาเรือ ไม่แนะนำค่ะ =.=" เดี๋ยวอ๊วกแตก เป็นปัญหาอีก เรือยิ่งงามอยู่ 55555) 

อีกอย่าง ถ้านั่งเรือ แล้วโชว์ Residence Card ว่ามีสถานะเป็นนักศึกษา จะได้ลดราคาค่าโดยสารด้วยนะ 
(ลดเยอะอยู่) 



แต่ละวิธีการเดินทาง ใช้ยะเวลาตามนี้

  • 1.By Bus from Tsu Station
       bus stop No.4
       Take Bus No.06, 40, 51, 52, 53, or 56 Bus to"Daigaku-mae."
       Get off at"Daigaku-byoin-mae"for the University Hospital.
       Faculty of Medicine, and Faculty of Engineering.
    2.By taxi from Tsu Station (10 min.)
  • On foot from Edobashi Station (15 min.)
  • By Tsu Airport Line (high speed boat) from Central Japan
    International Airport (Centrair) to Nagisamachi (Tsu-city
    Marina) (45 min.)
    1.By bus from Nagisamachi to Tsu Station (15 min.)
    2.By taxi from Nagisamachi to Mie University (15 min.)



ต่อมา เราจะมาดูเรื่องการออกต่างจังหวัดกัน
(เรื่องนี้ไคโนะทำบ่อยมาก)


ดูจากแผนที่รถไฟแล้ว จะเห็นว่า สถานีรถไฟที่ใกล้มหาวิทยาลัยมิเอะมากที่สุดก็คือ สถานี Edobashi (เดิน 15 นาที) แต่สถานีนี้ ถ้าจอดจักรยานต์ จะเสียวันละ 100 เยน ถ้าใครไม่อยากจะเสียตัง 100 เยน ก็สามารถปั่นต่อไปอีกที่สถานี Tsu ได้ ตรงนั้นจะมีลานจอดรถที่ใหญ่
(ก็ใหญ่พอตัวนะ แต่ส่วนมากก็เต็มไปด้วยจักรยานต์อยู่ดี =.=" คือถ้ามันเต็มก็ต้องเอามาจอดที่ลานข้างนอกอ่ะ)

ถ้าใครจะไปฝั่ง Osaka ถ้านั่ง Express, Local (急行・普通) จำเป็นที่จะต้องไปเปลี่ยนรถไฟที่สถานี Isenakagawa (伊勢中川) แต่ถ้าใครรวยหน่อย นั่ง Limited Express (特急) ก็ไม่ต้องไปเปลี่ยนไหนทั้งนั้น สามารถลงรถไฟได้ที่ Osaka เลย

แต่พึงระลึกไว้เสมอว่า ถ้าเป็น Limited Express (特急) แล้ว นอกจากจะเสียค่าตั๋วตรงตู้ซื้อตั๋วแล้ว พอเข้าไปนั่ง ก็จะต้องเสียค่าที่นั่งอีกรอบนึง สรุปเป็น จ่ายเงิน 2 รอบ
(แต่ประหยัดเวลามาก)

ฝั่ง Osaka นั้น จะเชื่อมอยู่กับ
・Nara
・Kyoto
・Osaka
และจังหวัดต่าง ๆ แถบคันไซ

คราวนี้มาฝั่ง Nagoya (ฝั่งนี้ชั้นก็ชอบ)
การนั่งรถไฟ ไม่ยาก ขึ้นจากสถานี Edobashi ไปลงที่สถานี Nagoya ได้เลย จะเป็นแบบ Express, Local เพราะเป็นสถานีเล็ก ถ้าใครอยากจะนั่งแบบ Limited Express จะต้องนั่งรถไฟจาก Edobashi ไปลงที่สถานี Tsu (ใช้เวลา 1 นาที) จากนั้นก็ค่อยนั่ง Limited Express จาก สถานี Tsu ไปลงที่สถานี Nagoya

นั่ง Local จาก Edobashi → Nagoya = 2 ชั่วโมง (จอดทุกสถานี) X,XXX เยน
นั่ง Express จาก Edobashi → Nagoya = 1 ชั่วโมง (จอดน้อยกว่า Local) 1,010 เยน
นั่ง Limited Express จาก Tsu → Nagoya = น้อยกว่า 1 ชั่วโมง (จอดตรงไหนบ้างไม่รู้ ไม่เคยขึ้น 555) มากกว่า 1,010 เยน

มาที่วิธีที่จะไปโตเกียว
มีทั้งหมด 3 วิธี
1. นั่งต่อรถไฟไปเรื่อย ๆ → ประมาณ 8~9 ชั่วโมง เปลี่ยนรถไฟเป็นล้านรอบ เสียเงินหมื่นกว่าเยน (นั่งชินกันเซนเถอะ)
2. นั่งรถบัส → ประมาณ 6~7 ชั่วโมง
・・・สามารถขึ้นจากสถานี Tsu หรือจะเลือกขึ้นที่สถานี Nagoya ก็ได้ แล้วแต่
・・・การจองตั๋ว ต้องจองผ่านเว็บ http://www.bushikaku.net/
・・・ถ้าจองล่วงหน้าเป็นเดือน ค่าตั๋วถูกสุดจะอยู่ที่ 2,400 เยน
・・・ถ้าจองอีก 2~3 วันจะเดินทาง ตั๋วจะดีดเป็น หมื่นเยน หรือถ้าโชคร้ายก็คือ ไม่มีรถเลย
3. ชินกันเซน → 1 ชั่วโมงกว่า
・・・ราคา 10,XXX เยน
・・・สามารถซื้อตั๋ววันนั้นได้เลย ซื้อเอาที่ตู้ขายตั๋ว
・・・มีชินกันเซนไปโตเกียวชั่วโมงละ 3 ขบวน
・・・สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ที่สถานี Tsu
・・・ถ้าใครมาแบบนักศึกษาวิจัย หรือระยะยาว (มากกว่า 1 ปี) สามารถขอเอกสารส่วนลดค่าชินกันเซนได้จากมหาวิทยาลัย
・・・จะไปจอดที่ชินโยโกฮาม่า, สถานี XXX (จำไม่ได้) แล้วสถานีสุดท้ายคือ สถานี Tokyo
・・・ตั๋วชินกันเซน สามารถเป็นตั๋วขึ้นยามาโนเตะที่โตเกียวได้

พึงจำไว้ว่า ถ้าจะขึ้นชินกันเซน จะต้องไปขึ้นที่ Nagoya เท่านั้น

มีอีกเรื่อง สำหรับใครที่ไม่ชอบอยู่กับที่ (อย่างชั้นเป็นต้น) แล้วอยากจะไปนาโงย่าทุกอาทิตย์ ทุกวันอะไรทำนองนั้น ท่านสามารถทำตั๋วโดยสารแบบเหมารายเดือน, ราย 3 เดือน, หรือราย 6 เดือนได้
โดยราคานั้นจะแพงอยู่ แต่ถ้าเดินทางทุกวัน คุ้มแน่นอน (คำถามอยู่ที่ว่า คุณขยันไปนาโงย่าทุกวันมั้ย?) อีกอย่าง ถ้าใครอยากจะ save เรื่องค่ารถไฟไปนาโงย่า สามารถทำตั๋วแบบเหมาได้
(แต่ส่วนมากเด็กแลกเปลี่ยนไม่ทำกัน เพราะไม่มีใครไปบ่อยขนาดนั้น แต่ไคโนะไม่รู้มาก่อนไง เพราะถ้ารู้ จะนำแน่ ๆ อ่ะ ต่อให้มันใช้ไม่คุ้มหรืออะไรก็ตาม อย่างน้อยก็ช่วย save ได้ว่า มันจะไม่เกินราคาที่จ่ายไปในรอบ กี่เดือน กี่เดือนแน่ ๆ)

จาก Edobashi ไปที่ Nagoya (ตั๋วเหมา)
1 เดือน = 22,820 เยน
3 เดือน = 65,040 เยน
6 เดือน = 123,230 เยน

ตั๋วเหมาทำอะไรได้บ้าง
・ขึ้นรถไฟจาก Edobashi ไป Nagoya กี่รอบก็ได้ ในระยะเวลาที่กำหนด
・สถานีต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่าง Edobashi และ Nagoya สามารถนั่งไปลงฟรี ๆ ได้หมด กี่รอบก็ได้


วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557

[iReview] 好きっていいなよ

มันจูบกันเยอะไปนะ....

คนดูเรื่องนี้มี 3 คนในโรง ตอนแรกก็กะว่าจะมีตัวเองคนเดียวค่ะ
แต่ก่อนที่หนังจะเริ่ม ก็มี ผญ ญป เพิ่มมาอีก 2 คน
ที่นั่ง H9 ค่ะ
ที่นั่งดี งดงาม



เรื่องพูดถึงยามาโตะ (ฟุคุชิ โชตะ) หนุ่มหล่อประจำโรงเรียน ถูกลือนามว่าเจ้าชู้สุด ๆ แล้วมาวันหนึ่ง เพื่อนของยามาโตะดันไปแกล้ง เมย์ (ยามางุจิ ฮารุนะ) โดยการดึงกระโปรง 
เมย์หันกลับมา แล้วเตะ แต่เพื่อนของยามาโตะหลบลูกเตะทัน แต่ยามาโตะไม่รู้เรื่อง ก็เลยโดนลูกเตะไปเต็ม ๆ ฝ่ายเมย์ก็ยิ่งเกิดข่าวลือว่าไปเตะยามาโตะ ทำให้เพื่อนจากที่แบน 
ก็เริ่มแบนหนักกว่าเก่า

แต่เธอก็ไม่สนใจอยู่แล้ว เพราะจริง ๆ เธอก็ไม่เคยมีเพื่อนเลย
ยามาโตะเห็นว่าเมย์น่าสนใจดี ก็เลยเสนอว่าจะเป็นเพื่อนให้

จากนั้นทั้ง 2 ก็เริ่มสนิทกัน จนเมื่อเมย์ไปทำงานและเจอสโตกเกอร์ จึงเรียกให้ยามาโตะมาช่วย ทางนั้นก็จัดการจูบเมย์โชว์ต่อหน้าสโตกเกอร์ โดยที่ไม่รู้เลยว่าเป็นจูบแรกของอีกฝ่าย

และก็เกิดเรื่องยุ่งยากมากขึ้น เมื่อยามาโตะสารภาพรัก แต่ดันมีแมวมองมาลองให้ยามาโตะไปเป็นนายแบบ และนางแบบที่ยามาโตะถ่ายแบบด้วยก็ดันรักยามาโตะเข้า
เมย์เริ่มที่จะคิดมากในเรื่องนี้ ทะเลาะกัน....ทะเลาะกัน......

เหมือนเดิมค่ะ นักแสดงแสดงได้ดี แต่แบบ... อันนี้ขัดมาก ฉากจูบมันดูแบบ.... อืมมมมมม คนละอารมณ์กับ 近キョリ恋愛 
เหมือนยังไม่ชินกันมั้ง =.=" ไม่รู้อ่ะ แต่ดูจูบหลายรอบ กี่รอบ กี่รอบก็แบบ... มันไม่น่าจะใช่อารมณ์นี้อ่ะ

จริง ๆ คิดว่าฟุคุชิ เล่นฉากแบบนี้เยอะนะ แต่มาเรื่องนี้แบบ.... เขินอะไรหรือเปล่า?
ไม่รู้อ่ะ
แต่รู้สึกว่ายังไม่ใช่ ฮร๊าาาาาา 

เนื้อเรื่องรวบรัด รวดเร็วมากกกกก เข้าใจง่ายดี 
แต่ศัพท์ก็ยากอยู่นะ แต่ก็ไม่ถึงกับยากเท่าไร
แต่ยากกว่า 近キョリ恋愛

สรุปสั้น ๆ 
เรื่องนี้ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะบอกว่า "ไปดูรอบที่ 2 นะ!"

แต่ใครเป็นแฟนฟุคุชิ นี่คาดว่ามีรอบที่ 2 ที่ 3 แน่ ๆ อ่ะ 
เรื่องนี้ซูมฟุคุชิจนแบบ.... 5555555555555
ยังไงก็ลองไปดูกันนะ ไม่รู้ว่าจะเข้าไทยมั้ย
  



เรื่องนี้พอถึงฉากจูบนี่แบบ ดิชั้นจิกขาตัวเองแบบแรงมากอ่ะ 55555555